แอปแท็บเล็ตเฝ้าดูการสั่นสะเทือนเครื่องจักร (InCBM) สำหรับโรงงานอาหารและเครื่องดื่ม
ลูกค้า: บริษัทเทคโนโลยีอุตสาหกรรมข้ามชาติ
เคสนี้คือแอปบนแท็บเล็ตที่รวมค่าการสั่นสะเทือนของมอเตอร์ ปั๊ม และโบลเวอร์ในโรงงานอาหารและเครื่องดื่มไว้ในจอเดียว พร้อมผังโรงงาน สีสถานะ กราฟแนวโน้ม และประวัติการแจ้งเตือน เราพัฒนาแอปนี้ต่อยอดจาก InCBM ให้อ่านค่า 76 Tag จากกล่องตรวจวัดการสั่นสะเทือน 3 ชุด และค่าจากเครื่องจักรอีก 5 เครื่องผ่าน Gateway ติดตั้งบนแท็บเล็ตของโรงงาน 2 เครื่องแล้ว และอยู่ระหว่างผู้ว่าจ้างตรวจรับงาน
- อุตสาหกรรม
- FMCG
- ปี
- 2568–2569
- ขอบเขตงาน
- งานซอฟต์แวร์: พัฒนา Data Pipeline (ระบบส่งต่อข้อมูล) อ่านค่า 76 Tag จากกล่องตรวจวัด 3 ชุด เชื่อมแดชบอร์ดกับกล่องตรวจวัด ปรับแอป InCBM สำหรับเฝ้าดูเครื่องจักร เพิ่มเครื่องจักร 5 เครื่องที่ส่งค่าผ่าน Gateway ติดตั้งแอปบนแท็บเล็ตของโรงงาน 2 เครื่อง และจัดทำคู่มือการใช้งาน ไม่รวมเซนเซอร์และกล่องตรวจวัด ซึ่งฝั่งผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดหา
- ระยะเวลา
- กรกฎาคม 2568 – กันยายน 2569
สรุปสั้น
- แอปนี้รวมค่าการสั่นสะเทือนของมอเตอร์ ปั๊ม และโบลเวอร์ในโรงงานอาหารและเครื่องดื่มไว้บนแท็บเล็ต โดยเราพัฒนาต่อยอดจาก InCBM
- ระบบอ่านค่า 76 Tag (จุดข้อมูล) จากกล่องตรวจวัดการสั่นสะเทือน 3 ชุด และค่าจากเครื่องจักรอีก 5 เครื่องที่ส่งผ่าน Gateway
- แอปแสดงผังโรงงานแบ่งโซน สีสถานะปกติ / เฝ้าระวัง / วิกฤต กราฟแนวโน้ม เกณฑ์แจ้งเตือนรายเซนเซอร์ และประวัติการแจ้งเตือนพร้อมปุ่มรับทราบ
- กล่องตรวจวัด ไม่มี API (ช่องทางเชื่อมต่อระหว่างโปรแกรม) สำหรับรับค่าเกณฑ์จากแอป เกณฑ์ที่ตั้งในแอปจึงใช้ภายในแอปเท่านั้น
- เราติดตั้งแอปบนแท็บเล็ตของโรงงาน 2 เครื่องและส่งคู่มือแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างผู้ว่าจ้างตรวจรับงาน
โจทย์หน้างาน
โรงงานติดตั้งกล่องตรวจวัดการสั่นสะเทือน 3 ชุดที่มอเตอร์ ปั๊ม และโบลเวอร์ไว้แล้ว แต่ค่าการสั่นสะเทือนแยกอยู่ในกล่องแต่ละชุด ทีมหน้างานต้องการเห็นสถานะของทุกเครื่องในจอเดียว และย้อนดูแนวโน้มได้ เพื่อจับความผิดปกติตั้งแต่ระยะแรก
สิ่งที่เราทำ
เราพัฒนาแอปแท็บเล็ตต่อยอดจาก InCBM (ระบบเฝ้าระวังสภาพเครื่องจักร) โดยมีระบบหลังบ้าน Python FastAPI และฐานข้อมูล PostgreSQL บนเซิร์ฟเวอร์ภายในโรงงาน ระบบอ่านค่า 76 Tag (จุดข้อมูล) จากกล่องตรวจวัด 3 ชุด และค่าจากเครื่องจักรอีก 5 เครื่องที่ส่งผ่าน Gateway (อุปกรณ์รวบรวมสัญญาณเซนเซอร์) แอปแสดงผังโรงงาน สีสถานะ กราฟแนวโน้ม เกณฑ์แจ้งเตือนรายเซนเซอร์ และประวัติการแจ้งเตือน
สถานะปัจจุบัน
เราติดตั้งแอปบนแท็บเล็ตของโรงงาน 2 เครื่อง ส่งคู่มือการใช้งาน และแจ้งงานเสร็จต่อผู้ว่าจ้างในเดือนกันยายน 2569 ขณะนี้อยู่ระหว่างผู้ว่าจ้างตรวจรับงาน
ผลที่วัดได้
- จุดข้อมูล (Tag) ที่อ่านจากกล่องตรวจวัด
- 76
- แท็บเล็ตที่ติดตั้งแอปให้โรงงาน
- 2
ที่มาของโจทย์
โจทย์ของเคสนี้คือการเห็นสถานะการสั่นสะเทือนของมอเตอร์ ปั๊ม และโบลเวอร์ทุกเครื่องในจอเดียว โรงงานอาหารและเครื่องดื่มแห่งนี้ติดตั้งกล่องตรวจวัดการสั่นสะเทือน 3 ชุดไว้แล้ว แต่ค่าที่วัดได้แยกอยู่ในกล่องแต่ละชุด ทีมหน้างานจึงต้องการเห็นว่าเครื่องไหนเริ่มผิดปกติ และย้อนดูแนวโน้มได้ เพื่อวางแผนเข้าซ่อมก่อนเครื่องเสียหายรุนแรง
เซนเซอร์และกล่องตรวจวัดเป็นอุปกรณ์ที่ฝั่งผู้ว่าจ้างจัดหา งานของเราคือซอฟต์แวร์ที่อ่านค่าจากอุปกรณ์เหล่านั้น เก็บลงฐานข้อมูล และแสดงผลบนแท็บเล็ตที่ทีมหน้างานถือเดินดูได้
Velocity กับค่าคลื่นแรงกระแทกต่างกันอย่างไร
Velocity คือค่าความเร็วของการสั่น หน่วย mm/s ส่วนค่าคลื่นแรงกระแทกเป็นวิธีวัดของผู้ผลิตกล่องตรวจวัด หน่วย g ควรอ่านค่าทั้งสองร่วมกับคู่มือเครื่องมือและเกณฑ์ที่ทีมบำรุงรักษากำหนด
ข้อกำหนดและข้อจำกัด
ระบบต้องทำงานกับอุปกรณ์ตรวจวัดที่โรงงานมีอยู่ และต้องแสดงผลบนแท็บเล็ต ข้อกำหนดและข้อจำกัดหลักมีดังนี้
- อ่านค่า 76 Tag จากกล่องตรวจวัด 3 ชุด แต่ละจุดวัดมีค่า Velocity (mm/s) และค่าคลื่นแรงกระแทก (g)
- รองรับเครื่องจักรอีก 5 เครื่องที่ส่งค่าผ่าน Gateway ซึ่งแยก Velocity เป็นแกน X Y Z และมีค่าคลื่นแรงกระแทก
- ระบบหลังบ้านและฐานข้อมูลทำงานบนเซิร์ฟเวอร์ภายในโรงงาน
- กล่องตรวจวัด ไม่มี API สำหรับรับค่าเกณฑ์จากภายนอก เกณฑ์ที่ผู้ใช้ตั้งในแอปจึงไม่ถูกส่งกลับไปที่กล่อง
- ระบบดึงรายการ Event (เหตุการณ์แจ้งเตือน) จากกล่องตรวจวัด ได้ แต่ดึงข้อความวิเคราะห์ (Analysis) ไม่ได้ เพราะไม่มี API รองรับ
ทำไมงานนี้ไม่ต้องติดเซนเซอร์ใหม่
ไม่ต้อง เพราะเซนเซอร์และกล่องตรวจวัด 3 ชุดติดตั้งอยู่ที่โรงงานแล้ว และโจทย์ที่กำหนดคืออ่านค่าจากกล่องเหล่านั้นมารวมในจอเดียว งานหลักจึงเป็นการรวมค่า ไม่ใช่การวัดใหม่ ข้อกำหนดของระบบให้ใช้ InCBM เป็นฐานของแอป
แอปทำหน้าที่แสดงผลและแจ้งเตือนเท่านั้น ทีมซ่อมบำรุงเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะเข้าตรวจหรือซ่อมเครื่องใด ระบบทำงานเป็นลำดับดังนี้
- 1
เซนเซอร์วัดการสั่นที่ตัวเครื่อง
จุดวัดอยู่ที่โบลเวอร์ ปั๊มน้ำ ชุดโรตารี่และสกรูลำเลียง (Screw Feed) มอเตอร์ และกระพ้อลำเลียง (Bucket) แต่ละจุดให้ค่า Velocity และค่าคลื่นแรงกระแทก
- 2
อ่านค่าจากกล่องตรวจวัด และ Gateway
เซิร์ฟเวอร์ภายในโรงงานอ่านค่า 76 Tag จากกล่องตรวจวัด 3 ชุด และอ่านค่าจากเครื่องจักรอีก 5 เครื่องที่ส่งผ่าน Gateway
- 3
เก็บข้อมูลและเทียบกับเกณฑ์
ระบบหลังบ้าน Python FastAPI เก็บค่าลงฐานข้อมูล PostgreSQL แล้วเทียบกับเกณฑ์ของแต่ละเซนเซอร์ เพื่อกำหนดสถานะปกติ เฝ้าระวัง หรือวิกฤต
- 4
แสดงผลบนแอปแท็บเล็ต
หน้าแรกเป็นผังโรงงานแบ่งโซน กรอบโซนเปลี่ยนสีเมื่อมีเครื่องแจ้งเตือน เมื่อแตะโซน ผู้ใช้จะเห็นรายชื่อเครื่อง รูปเครื่องจริงพร้อมจุดติดเซนเซอร์ และกราฟแนวโน้มที่เลือกดูย้อนหลังเป็นวัน เดือน หรือปีได้
- 5
ตั้งเกณฑ์และรับทราบการแจ้งเตือน
ผู้ใช้ตั้งช่วงเฝ้าระวังแยกรายเซนเซอร์และใส่ข้อความแจ้งเตือนเองได้ หน้าประวัติบอกเวลา เครื่อง และเซนเซอร์ที่เกิดเหตุ เมื่อกดรับทราบ (Acknowledge) รายการจะหายจากหน้าหลัก
สิ่งที่ส่งมอบ
เราส่งมอบงานซอฟต์แวร์ทั้งชุด ตั้งแต่การอ่านค่าจากอุปกรณ์จนถึงแอปบนแท็บเล็ต งานนี้ไม่รวมเซนเซอร์และกล่องตรวจวัด
- Data Pipeline (ระบบส่งต่อข้อมูล) ที่อ่านค่า 76 Tag จากกล่องตรวจวัด 3 ชุด และเก็บลงฐานข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์ภายในโรงงาน
- การเชื่อมแดชบอร์ดกับกล่องตรวจวัด รวมถึงการแสดงรายการ Event จากกล่องตรวจวัด ในแอป
- การอ่านค่าจากเครื่องจักร 5 เครื่องที่ส่งผ่าน Gateway โดยตั้งเกณฑ์แยกได้ทั้ง Velocity แกน X Y Z และค่าคลื่นแรงกระแทก
- แอป InCBM บนแท็บเล็ต: ผังโรงงาน สีสถานะ รูปเครื่องพร้อมจุดติดเซนเซอร์ กราฟแนวโน้ม หน้าตั้งเกณฑ์ และประวัติการแจ้งเตือน
- ช่องบันทึกบนหน้าหลัก สำหรับจดรอบบำรุงรักษาหรือการซ่อมล่าสุดให้ผู้ใช้คนอื่นเห็น
- การติดตั้งแอปบนแท็บเล็ตของโรงงาน 2 เครื่อง และคู่มือการใช้งาน
ขั้นตอนและการขยายขอบเขต
ระหว่างโครงการ ขอบเขตงานเพิ่มเครื่องจักรอีก 5 เครื่องที่ส่งค่าผ่าน Gateway เข้ามาในแอปเดียวกัน เครื่องกลุ่มนี้มีค่า Velocity แยก 3 แกน จึงต้องเพิ่มหน้าตั้งเกณฑ์ให้รองรับค่าแต่ละแกน ลำดับงานมีดังนี้
- กรกฎาคม 2568: เริ่มโครงการ อ่านค่าจากกล่องตรวจวัด 3 ชุด
- ระหว่างโครงการ: เพิ่มเครื่องจักร 5 เครื่องที่ส่งค่าผ่าน Gateway
- กันยายน 2569: ติดตั้งแอปบนแท็บเล็ตของโรงงาน 2 เครื่อง ส่งคู่มือ และแจ้งงานเสร็จต่อผู้ว่าจ้าง
- ปัจจุบัน: อยู่ระหว่างผู้ว่าจ้างตรวจรับงาน
ผลที่ยืนยันได้ถึงตอนนี้
ผลที่ยืนยันได้ถึงตอนนี้คือการติดตั้งและการส่งมอบเอกสาร เราติดตั้งแอปเฝ้าดูการสั่นสะเทือนบนแท็บเล็ตของโรงงาน 2 เครื่อง ส่งคู่มือการใช้งาน และแจ้งงานเสร็จต่อผู้ว่าจ้างในเดือนกันยายน 2569 หลังจากนั้นเราปรับคู่มือตามความเห็นของผู้ว่าจ้าง
แอปที่ติดตั้งอ่านค่า 76 Tag จากกล่องตรวจวัด 3 ชุด และค่าจากเครื่องจักรอีก 5 เครื่องผ่าน Gateway งานนี้ยังไม่มีตัวเลขวัดผลการซ่อมบำรุง เพราะอยู่ระหว่างผู้ว่าจ้างตรวจรับงาน เราจึงรายงานเฉพาะสิ่งที่มีเอกสารยืนยัน
สิ่งที่เราเรียนรู้
งานนี้ให้หลักการ 3 ข้อสำหรับงานต่อซอฟต์แวร์เข้ากับอุปกรณ์ตรวจวัดที่มีอยู่
- ตรวจช่องทางข้อมูลของอุปกรณ์เดิมทั้งขาออกและขาเข้าก่อนออกแบบฟังก์ชัน ในงานนี้กล่องตรวจวัด ส่งค่าออกได้ แต่ไม่มี API รับค่าเกณฑ์และไม่มี API ส่งข้อความวิเคราะห์ เกณฑ์จึงอยู่ในแอป และแอปแสดงรายการ Event แทน
- อุปกรณ์และข้อมูลที่ฝั่งลูกค้าเป็นผู้จัดหา คือเงื่อนไขของแผนงาน ในงานนี้เซนเซอร์และข้อมูลจากฝั่งลูกค้ามาถึงช้ากว่าแผน จึงควรระบุรายการเหล่านี้และวันที่ต้องได้รับไว้ในแผนตั้งแต่วันแรก
- การแจ้งเตือนต้องมีผู้รับทราบและมีประวัติ ปุ่มรับทราบ หน้าประวัติ และช่องบันทึกการซ่อม ทำให้ทีมรู้ว่าการแจ้งเตือนใดมีคนรับเรื่องแล้ว และเครื่องใดเพิ่งได้รับการดูแล
นำแนวทางนี้ไปใช้กับโรงงานของคุณได้อย่างไร
ถ้าโรงงานของคุณมีระบบตรวจวัดการสั่นสะเทือนอยู่แล้ว คุณใช้แนวทางเดียวกับเคสนี้ได้ คืออ่านค่าจากอุปกรณ์เดิม เก็บบนเซิร์ฟเวอร์ภายในโรงงาน แล้วแสดงสถานะบนแท็บเล็ต ส่วนที่ต้องปรับคือวิธีอ่านข้อมูล เมื่ออุปกรณ์ของคุณเป็นยี่ห้ออื่นหรือส่งข้อมูลออกต่างช่องทาง
ส่วนที่ใช้ซ้ำได้ และส่วนที่ต้องปรับ
| ส่วนของระบบ | ใช้ซ้ำได้ | ต้องปรับเมื่อ |
|---|---|---|
| การอ่านค่า | การอ่านค่าจากกล่องตรวจวัด และ Gateway | อุปกรณ์เป็นยี่ห้ออื่น ต้องตรวจก่อนว่าส่งข้อมูลออกทางช่องทางใดได้ |
| การเก็บข้อมูล | ระบบหลังบ้าน Python FastAPI และ PostgreSQL บนเซิร์ฟเวอร์ภายในโรงงาน | ยังไม่มีเซิร์ฟเวอร์ในโรงงาน หรือนโยบายไอทีกำหนดที่เก็บข้อมูลต่างออกไป |
| หน้าจอ | ผังโรงงาน สีสถานะ กราฟแนวโน้ม และประวัติการแจ้งเตือนของแอป InCBM | ต้องใช้ผังโรงงาน รายชื่อเครื่อง และรูปเครื่องจริงของโรงงานคุณ |
| เกณฑ์แจ้งเตือน | การตั้งเกณฑ์แยกรายเซนเซอร์และรายแกน | ทีมบำรุงรักษาของคุณต้องกำหนดช่วงเฝ้าระวังและวิกฤตของเครื่องแต่ละชนิดเอง |
- ตรวจว่าอุปกรณ์ตรวจวัดเดิมส่งข้อมูลออกทางไหนได้ และรับค่าเกณฑ์หรือคำสั่งกลับได้หรือไม่
- เตรียมผังโรงงาน รายชื่อเครื่อง และรูปเครื่องจริงพร้อมตำแหน่งเซนเซอร์ให้ครบตั้งแต่ต้น เพราะเป็นข้อมูลหลักของหน้าจอ
- แท็บเล็ตต้องเชื่อม Wi-Fi เข้าเครือข่ายเดียวกับเซิร์ฟเวอร์ในโรงงาน และควรทดสอบการแสดงผลกับแท็บเล็ตทุกรุ่นที่จะใช้จริง
- ตกลงให้ชัดว่าใครรับทราบการแจ้งเตือน และใครบันทึกการซ่อมในแอป
อ่านต่อ
- InCBM ระบบเฝ้าระวังสภาพเครื่องจักร
- Predictive Analytics วิเคราะห์ข้อมูลเครื่องจักรล่วงหน้า
- บริการพัฒนาระบบตามโจทย์โรงงาน
- เคสอ่านค่าเครื่องถ่วงสมดุลพัดลมด้วย OCR และคำนวณค่าการสั่นสะเทือน
- เคสระบบ AI ค้นประวัติซ่อมวาล์วสำหรับงานซ่อมบำรุงโรงกลั่นน้ำมัน
- เคสนับช็อตแม่พิมพ์และเตือนรอบบำรุงรักษาทางอีเมล
- บทความเตือนรอบบำรุงรักษาแม่พิมพ์ด้วย Shot Count
เทคโนโลยีที่ใช้
คำถามที่พบบ่อย
ต้องติดเซนเซอร์ใหม่ทั้งหมดไหม
ไม่จำเป็นเสมอไป ในเคสนี้เซนเซอร์และกล่องตรวจวัด ติดตั้งอยู่แล้ว เราพัฒนาเฉพาะซอฟต์แวร์ที่อ่านค่าจากอุปกรณ์เหล่านั้น ถ้าโรงงานของคุณยังไม่มีอุปกรณ์ตรวจวัด ต้องสำรวจหน้างานก่อนเสนอแนวทาง
ตั้งเกณฑ์แจ้งเตือนเองได้ไหม
ได้ ผู้ใช้ตั้งช่วงเฝ้าระวังแยกรายเซนเซอร์ และใส่ข้อความที่ต้องการให้แสดงตอนแจ้งเตือนได้ เครื่องที่ส่งค่าผ่าน Gateway ตั้งแยกได้ทั้ง Velocity แกน X Y Z และค่าคลื่นแรงกระแทก เกณฑ์นี้ใช้ภายในแอป ไม่ได้ส่งกลับไปเปลี่ยนค่าที่กล่องตรวจวัด
ข้อมูลการสั่นสะเทือนเก็บไว้ที่ไหน
ในเคสนี้ระบบหลังบ้านและฐานข้อมูล PostgreSQL ทำงานบนเซิร์ฟเวอร์ภายในโรงงาน ถ้าโรงงานของคุณมีนโยบายเรื่องที่เก็บข้อมูล ควรแจ้งตั้งแต่ช่วงสำรวจ เพื่อวางที่ตั้งเซิร์ฟเวอร์ให้ตรงนโยบาย
ใช้กับอุปกรณ์ตรวจวัดยี่ห้ออื่นได้ไหม
เคสนี้เชื่อมกับกล่องตรวจวัด และ Gateway ถ้าเป็นอุปกรณ์อื่น ต้องตรวจก่อนว่าส่งข้อมูลออกทางช่องทางใดได้บ้าง แล้วจึงประเมินงานเชื่อมเข้าแอป
งานนี้เสร็จแล้วหรือยัง
เราติดตั้งแอปบนแท็บเล็ตของโรงงาน 2 เครื่องและส่งคู่มือการใช้งานแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างผู้ว่าจ้างตรวจรับงาน


