ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Hardware · IoT Gateway · X1 Board

InSensor

InSensor รวมการรับสัญญาณเซนเซอร์ การประมวลผลที่หน้างาน และการส่งข้อมูลขึ้นระบบกลางผ่าน MQTT (มาตรฐานรับส่งข้อมูลของอุปกรณ์ IoT) ไว้ในชุดเดียว มี X1 Board เป็นตัวควบคุมและเลือกบอร์ดเสริม Analog, RS-485/Modbus หรือ Digital I/O ตามอุปกรณ์ที่ต้องเชื่อมต่อ จัดชุดพร้อมเคสและติดตั้งให้เหมาะกับจุดใช้งานได้

สำรวจการใช้งานและรายละเอียด

  • ภายในใช้ X1 Board (X1 MainBoard) ชิป Kendryte K210 แบบ RISC-V 2 คอร์ 400 MHz พร้อมตัวเร่ง AI (KPU)
  • ต่อบอร์ดเสริมตามงาน: Analog 24-bit แบบ differential (วัดความต่างแรงดันระหว่างสองขา) 8 หรือ 4 ช่อง, RS-485/Modbus (มาตรฐานสื่อสารของอุปกรณ์อุตสาหกรรม), ดิจิทัลแบบแยกกราวด์, I2C และ CAN
  • ใช้เป็นตัวควบคุมในสถานีวัดระดับน้ำ DoRare Station 20 ตู้ ใน 4 จังหวัดของไทย ปี 2569
ออกแบบในไทย
ใช้งานจริงในสถานี DoRare
มีบริการออกแบบและติดตั้ง
ดูคุณสมบัติเพิ่มเติม
  • ส่งข้อมูลด้วย MQTT ผ่าน Ethernet ในตัว หรือผ่านเราเตอร์ 4G ภายนอก
  • Watchdog (วงจรเฝ้าระบบค้าง) ฮาร์ดแวร์สั่งรีเลย์ตัดไฟแล้วรีบูตเองเมื่อเฟิร์มแวร์ค้าง
  • รับไฟ 12–24 VDC ใช้กับระบบโซลาร์และแบตเตอรี่ได้

เหมาะกับงานของคุณหรือไม่?

เหมาะกับใคร

นักวิจัย ผู้พัฒนาระบบ และผู้รับเหมาระบบที่ต้องเก็บข้อมูลเซนเซอร์ภาคสนาม

เตรียมข้อมูลก่อนคุย

รุ่นเซนเซอร์ โปรโตคอล แหล่งจ่ายไฟ และสภาพแวดล้อมจุดติดตั้ง

สรุปสั้น

  • InSensor คือชุด IoT Gateway แบบโมดูลาร์ มี X1 Board เป็นตัวควบคุม ต่อบอร์ดเสริมตามช่องสัญญาณที่ต้องใช้ และส่งข้อมูลจากหน้างานไปยังระบบกลาง
  • X1 Board ใช้ชิป Kendryte K210 ที่มีตัวเร่ง AI (KPU) ในตัว งาน FFT (แปลงสัญญาณเป็นความถี่) หรือ AI ที่หน้างานต้องพัฒนาโปรแกรมและทดสอบกับข้อมูลจริงก่อน ไม่ได้ติดมาในทุกชุด
  • InSensor ออกแบบให้กู้ระบบเองเมื่อเฟิร์มแวร์ค้าง: Watchdog ฮาร์ดแวร์ตัดไฟแล้วรีบูตบอร์ดเมื่อเฟิร์มแวร์ไม่ตอบสนองประมาณ 1.6 วินาที
  • ในปี 2569 เราติดตั้ง InSensor เป็นตัวควบคุมของ DoRare Station 20 ตู้ ในสถานีวัดระดับน้ำริมแม่น้ำ 4 จังหวัดของประเทศไทย
  • InSensor จัดชุดตามจำนวนช่อง I/O และงาน ยังไม่มีราคาเผยแพร่ ขอใบเสนอราคาจากเรา

InSensor เหมาะกับใคร และแก้ปัญหาอะไร

InSensor เหมาะกับงานที่ต้องอ่านค่าเซนเซอร์หลายชนิดที่จุดติดตั้งที่อยู่ห่างไกลและไม่มีคนประจำ แล้วส่งข้อมูลขึ้นระบบกลางเอง เช่น สถานีวัดระดับน้ำ สถานีตรวจอากาศ หรือจุดเก็บข้อมูลเครื่องจักร InSensor อ่านสัญญาณ Analog, RS-485 และดิจิทัลผ่านบอร์ดเสริม ส่งข้อมูลด้วย MQTT และตัดไฟรีบูตตัวเองเมื่อเฟิร์มแวร์ค้าง

งานเก็บข้อมูลภาคสนามมักมีข้อจำกัด 3 ข้อ คือ ต้องต่อเซนเซอร์หลายชนิดในตู้เดียว จุดติดตั้งไม่มีคนเฝ้าและอาจไม่มีไฟฟ้าจากสายส่ง และเมื่ออุปกรณ์ค้างต้องส่งคนไปรีเซ็ตถึงที่ PLC ที่ใช้อยู่มักไม่ได้ออกแบบมาให้ส่งข้อมูลขึ้นระบบกลางหรือประมวลผลที่หน้างาน InSensor รวมการอ่านเซนเซอร์ การประมวลผล และการส่งข้อมูลไว้ในชุดเดียว

ผู้ใช้ InSensor

  • ผู้รวมระบบ (System Integrator) และผู้รับเหมาติดตั้ง IoT ที่ต้องการคอนโทรลเลอร์ภาคสนามซึ่งจัดชุดบอร์ดได้ตามงาน
  • หน่วยงานด้านน้ำ ชลประทาน และสิ่งแวดล้อม ที่ต้องตั้งสถานีวัดระยะไกลซึ่งใช้ไฟโซลาร์
  • OEM และนักออกแบบเครื่องจักร ที่ต้องเก็บสัญญาณความถี่สูงหรือพัฒนางาน Predictive Maintenance (บำรุงรักษาเชิงคาดการณ์) ที่ตัวเครื่อง
  • โรงงานที่ต้องการเก็บข้อมูลเครื่องจักรที่หน้างาน (Edge Data Acquisition) แล้วส่งขึ้นระบบกลาง
  • นักวิจัยและผู้พัฒนาระบบเก็บข้อมูลภาคสนาม ที่ต้องการบอร์ดซึ่งเขียนโปรแกรมต่อเองได้
ปัญหาที่พบบ่อยInSensor ช่วยอย่างไร
ต้องต่อเซนเซอร์หลายชนิดในตู้เดียวเลือกบอร์ดเสริม Analog, RS-485 และดิจิทัลตามชนิดสัญญาณ
อุปกรณ์ค้างแล้วต้องส่งคนไปรีเซ็ตWatchdog ฮาร์ดแวร์ตัดไฟแล้วรีบูตบอร์ดเอง
จุดติดตั้งไม่มีไฟฟ้าจากสายส่งหรือสายแลนรับไฟ 12–24 VDC จากโซลาร์และแบตเตอรี่ และส่งข้อมูลผ่านเราเตอร์ 4G
ข้อมูลดิบมีปริมาณมาก ส่งขึ้นระบบกลางทั้งหมดเปลืองค่า 4Gพัฒนาโปรแกรมประมวลผลบนชิป K210 แล้วส่งเฉพาะผลลัพธ์ (ต้องทดสอบกับงานจริงก่อน)
ต้องดูแลหลายจุดจากที่เดียวX1 Station Manager แสดงทุกสถานีในหน้าเดียว และสั่งรีเลย์จากระยะไกลได้

InSensor ทำงานอย่างไร

InSensor ทำงานเป็น 3 ชั้น คือ เซนเซอร์ต่อเข้าบอร์ดเสริม X1 Board อ่านและประมวลผลค่า แล้วส่งข้อมูลผ่าน MQTT ขึ้นระบบกลาง ในเฟิร์มแวร์อ้างอิง ชิป K210 แบ่งงานให้สองคอร์ (AMP — Asymmetric Multi-Processing): คอร์ 0 ดูแลความปลอดภัยและเครือข่าย ส่วนคอร์ 1 รองรับงานประมวลผลที่พัฒนาตามโจทย์

  1. 1

    เลือกบอร์ดเสริมตามเซนเซอร์

    คุณส่งรุ่นเซนเซอร์ ชนิดสัญญาณ และจำนวนช่องให้เรา เราจับคู่บอร์ดเสริม Analog, RS-485 หรือดิจิทัลกับ X1 Board ก่อนออกใบเสนอราคา

  2. 2

    ต่อเซนเซอร์และไฟเลี้ยง

    ต่อเซนเซอร์เข้าบอร์ดเสริมในตู้ แล้วจ่ายไฟ 12–24 VDC ให้บอร์ด ใช้ไฟจากโซลาร์และแบตเตอรี่ได้

  3. 3

    ตั้งค่าเครือข่ายและ MQTT

    ต่อสายแลนหรือเราเตอร์ 4G ภายนอก แล้วตั้งให้บอร์ดและระบบกลางใช้ MQTT Broker (ตัวกลางรับส่งข้อมูล IoT) ตัวเดียวกัน

  4. 4

    ดูค่าและดูแลจากระยะไกล

    เปิดหน้าเว็บบนบอร์ดผ่าน LAN เพื่อดูค่าและตั้งค่า หรือดูทุกสถานีบน X1 Station Manager และสั่งรีเลย์จากระยะไกล

InSensor ส่งข้อมูลขึ้นระบบกลางผ่าน MQTT และเปิดดูค่าผ่านหน้าเว็บในตัวทาง LAN ได้ด้วย

เส้นทางเชื่อมต่อหลัก 3 ทางของบอร์ดหลัก

ช่องทางความเร็วใช้ทำอะไร
พอร์ต CN3 (UART2)921,600 bpsรับข้อมูลจาก Signal Expansion Board
พอร์ต CN2 (UART1)115,200 bpsต่อคอมพิวเตอร์บอร์ดเดียว เช่น Jetson Nano เป็น Co-Processor (ตัวประมวลผลเสริม) เมื่อต้องการพลัง AI เพิ่ม เช่น งานกล้อง
Ethernet (W5500)10/100 Mbpsส่งข้อมูลขึ้นระบบกลาง และเปิดหน้าเว็บในตัว

X1 Board และบอร์ดเสริมภายใน InSensor

InSensor แยกหน้าที่เป็นบอร์ดหลักและบอร์ดเสริม คุณเลือกผสมเฉพาะบอร์ดที่งานต้องใช้ จึงไม่ต้องซื้อช่องสัญญาณเกินจำเป็น เมื่องานเปลี่ยน คุณเปลี่ยนหรือเพิ่มบอร์ดเสริมได้โดยไม่ต้องออกแบบบอร์ดใหม่

บอร์ดหน้าที่
X1 Board (X1 MainBoard)บอร์ดหลักภายใน InSensor: ชิป K210, Ethernet (W5500), เซนเซอร์อุณหภูมิและความชื้น (BME280), นาฬิกาเวลาจริง (DS3231) และ Watchdog
X1 Power Isolationแปลงไฟ 24V เป็น 5V และ 3.3V แบบแยกกราวด์
X1 RS485-CANบอร์ดเสริมสำหรับ RS-485 และ CAN
X1 Output Isolate SSRเอาต์พุต SSR (รีเลย์โซลิดสเตต) 10 ช่อง ควบคุมผ่านชิปขยายพอร์ต MCP23S17
X1 Output Hi Speedเอาต์พุตความเร็วสูง SO1–SO8 แยกสัญญาณด้วยออปโตคัปเปลอร์
X1 Input Isolate SSRอินพุตดิจิทัลแบบแยกกราวด์ 5–24V
X1 Input Hi Speedอินพุตสัญญาณความเร็วสูงแบบแยกกราวด์
Analog Expansion 8CH / Analog Input 4CHอินพุตอนาล็อกแบบ differential 8 หรือ 4 ช่อง ด้วย ADC 24-bit (MCP3912/3913)

สัญญาณและบัสที่รองรับ

  • Analog 24-bit แบบ differential ผ่านบอร์ด Analog
  • RS-485 / Modbus เช่น เรดาร์วัดระดับน้ำ ตัวควบคุมประจุโซลาร์ และเซนเซอร์อากาศ
  • Digital I/O แบบแยกกราวด์ 5–24V ผ่านบอร์ด SSR
  • I2C เช่น เซนเซอร์วัดการสั่นสะเทือน ADXL345
  • SPI, UART และ CAN

เฟิร์มแวร์อ้างอิง V6.9 สำหรับสถานี DoRare ทำอะไรบ้าง

เฟิร์มแวร์อ้างอิง V6.9 สำหรับสถานี DoRare ให้ X1 Board อ่านเรดาร์วัดระดับน้ำผ่าน RS-485 อ่านสถานะแบตเตอรี่และโซลาร์จากตัวควบคุมประจุ และอ่านเซนเซอร์อากาศตามรุ่นที่ติดตั้ง บนระบบปฏิบัติการ RT-Thread รายการด้านล่างมาจากคู่มือเฟิร์มแวร์ของบอร์ดอ้างอิง ไม่ใช่การยืนยันรุ่นเฟิร์มแวร์ของทุกสถานี

  • ควบคุมรีเลย์ 4 ช่อง: กล้อง, เราเตอร์ 4G, ไฟเลี้ยงเซนเซอร์ และพัดลมตู้ (เปิดที่ 45°C ปิดที่ 40°C)
  • ทุกครั้งที่เปิดเครื่อง บอร์ดทดสอบพัดลมตู้ 5 วินาทีแล้วรายงานผลขึ้นระบบกลาง จากนั้นเปิดกล้อง เราเตอร์ และเซนเซอร์ค้างไว้ 5 นาทีเพื่อให้เชื่อมต่อได้ก่อนเข้าสู่นโยบายพลังงานตามสถานะแบตเตอรี่และการชาร์จ
  • มีนโยบายพลังงาน 3 ระดับ (CONTINUOUS / DUTY-CYCLE / SURVIVAL) ยิ่งแบตเตอรี่เหลือน้อยยิ่งเว้นรอบส่งข้อมูลนานขึ้น สำหรับช่วงที่แดดน้อยหรือไม่มีแดด
  • ค่าตั้งเกณฑ์แบตเตอรี่และรอบส่งข้อมูลเก็บในการ์ด SD แก้ได้โดยไม่ต้องแฟลชเฟิร์มแวร์ใหม่

ไม่แน่ใจว่าเซนเซอร์ของคุณต่อได้ไหม

ส่งรุ่นเซนเซอร์ ชนิดสัญญาณ และจำนวนช่องให้เรา เราจะจับคู่บอร์ดเสริมที่ต้องใช้ก่อนออกใบเสนอราคา

InSensor เหมาะกับงานไหน และไม่เหมาะกับงานไหน

InSensor เหมาะกับงานเก็บข้อมูลเซนเซอร์ที่จุดติดตั้งที่อยู่ห่างไกลและไม่มีคนประจำ ใช้ไฟโซลาร์ หรือต้องต่อเซนเซอร์หลายชนิดในตู้เดียว งานที่เราติดตั้งใช้งานแล้วคือสถานีวัดระดับน้ำ ส่วนงานในโรงงาน เช่น วิเคราะห์การสั่นของเครื่องจักร เป็นความสามารถที่บอร์ดออกแบบไว้ ยังไม่มีเคสติดตั้งจริง และต้องพัฒนาโปรแกรมและทดสอบกับข้อมูลจริงก่อน

งานเหมาะกับ InSensor ไหมเหตุผลหรือสิ่งที่ต้องทำ
สถานีวัดระดับน้ำหรือสภาพอากาศที่ใช้ไฟโซลาร์และส่งข้อมูลผ่าน 4Gเหมาะใช้งานจริงใน DoRare Station 20 ตู้ ปี 2569
อ่านเซนเซอร์ RS-485/Modbus หรือสัญญาณ Analog หลายช่องที่จุดเดียวเหมาะเลือกบอร์ดเสริมตามชนิดสัญญาณและจำนวนช่อง
จุดติดตั้งที่ไม่มีคนเฝ้า และต้องกู้ระบบเองเมื่อค้างเหมาะWatchdog ฮาร์ดแวร์ตัดไฟแล้วรีบูตเอง และสั่งรีเลย์จากระบบกลางได้
วิเคราะห์การสั่นของเครื่องจักรด้วย FFT หรือ AI ที่ตัวบอร์ดทำได้ตามการออกแบบ ยังไม่มีเคสติดตั้งจริงพัฒนาโปรแกรมและทดสอบกับข้อมูลจริงก่อน ถ้าต้องการระบบเฝ้าระวังการสั่นของมอเตอร์ ดูหน้าสินค้า InCBM
เก็บสัญญาณความถี่สูงแทน PLC เพื่อลดภาระของ PLCทำได้ตามการออกแบบ ยังไม่มีเคสติดตั้งจริงใช้ Analog 24-bit และพอร์ต UART2 921,600 bps
จุดเก็บข้อมูลในตู้ไฟที่มีสัญญาณรบกวนทางไฟฟ้า (EMI) สูงทำได้ตามการออกแบบ ยังไม่มีเคสติดตั้งจริงใช้ไฟเลี้ยงและอินพุตดิจิทัลแบบแยกกราวด์
งานกล้องหรือ AI ที่ต้องใช้กำลังประมวลผลสูงไม่เหมาะกับ K210 อย่างเดียวต่อคอมพิวเตอร์บอร์ดเดียว เช่น Jetson Nano ผ่านพอร์ต CN2 (UART1) เป็นตัวประมวลผลเสริม
งานที่ต้องมีขนาด ช่วงอุณหภูมิใช้งาน หรือระดับ IP ที่ระบุในเอกสารยังไม่มีข้อมูลเอกสารปัจจุบันยังไม่ระบุค่าเหล่านี้ ส่งข้อกำหนดให้เราตรวจก่อน
งานที่กำหนดให้อุปกรณ์ต้องมีใบรับรองมาตรฐานไม่เหมาะเรายังไม่มีเอกสารใบรับรองมาตรฐานของ InSensor ส่งข้อกำหนดให้เราตรวจก่อน

ระบบกันค้างที่มีในบอร์ด

  • Watchdog ฮาร์ดแวร์ (STWD100) — ถ้าเฟิร์มแวร์ไม่ตอบสนองนานประมาณ 1.6 วินาที จะสั่งรีเลย์ Normally-Closed (หน้าสัมผัสปิดวงจรในสถานะปกติ) ตัดไฟแล้วรีบูตเอง ไม่ต้องส่งคนไปหน้างาน
  • อ่านค่าอุณหภูมิตู้ด้วย BME280 เพื่อนำไปใช้ตามโปรแกรมที่กำหนด
  • ไฟสถานะ (Heartbeat) Buzzer แจ้งเตือน และ DIP Switch สลับโหมด Program/Run

สิ่งที่เอกสารยังไม่ระบุ

Datasheet ปัจจุบันยังไม่ระบุขนาดบอร์ด น้ำหนัก วิธียึดติดตั้ง ช่วงอุณหภูมิใช้งาน ระดับกันน้ำกันฝุ่น (IP) ใบรับรองมาตรฐาน และเงื่อนไขรับประกัน และยังไม่ระบุช่วงแรงดันอินพุตของบอร์ด Analog (เช่น 0–10V หรือ 4–20mA) กับแรงดันแยกกราวด์เป็นตัวเลข ถ้างานของคุณต้องใช้ค่าเหล่านี้ ส่งรายละเอียดให้เรายืนยันก่อน

ประมวลผลที่หน้างาน (Edge) ต่างจากส่งข้อมูลดิบอย่างไร

สัญญาณอย่างการสั่นสะเทือนมีข้อมูลดิบจำนวนมาก ถ้าส่งขึ้นคลาวด์ทั้งหมดจะเปลืองทั้งแบนด์วิดท์และค่า 4G แนวทางหนึ่งคือพัฒนาโปรแกรม FFT หรือ AI ที่หน้างาน แล้วส่งเฉพาะผลลัพธ์ โดยต้องทดสอบโปรแกรมและกำลังประมวลผลกับงานจริงก่อน

เราเคยใช้ InSensor ในงานแบบไหน และเรียนรู้อะไร

เราเคยติดตั้ง InSensor เป็นตัวควบคุมของ DoRare Station 20 ตู้ ริมแม่น้ำใน 4 จังหวัดของประเทศไทย ในปี 2569 สำหรับงานเฝ้าระวังระดับน้ำของภาครัฐ โดยมีบริษัทเอกชนเป็นผู้ว่าจ้าง ทุกตู้ใช้ InSensor อ่านค่าจากเรดาร์วัดระดับน้ำ และอ่านสถานีตรวจอากาศใน 5 จุด แล้วส่งข้อมูลผ่านเราเตอร์ 4G ตู้ทั้งหมดใช้ไฟจากแผงโซลาร์กับแบตเตอรี่ LiFePO4 (ลิเทียมไอรอนฟอสเฟต)

แต่ละตู้ใช้ X1 MainBoard พร้อมบอร์ดเสริมด้านไฟเลี้ยง RS-485 และเอาต์พุต กล้อง IP ที่ถ่ายเสาวัดระดับน้ำต่อสาย LAN เข้าเราเตอร์ 4G โดยตรง ไม่ผ่าน InSensor เราจัดทำคู่มือการใช้งานระบบ และออกใบรับประกันฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของโครงการ 24 เดือน

สิ่งที่เราเรียนรู้

อุปกรณ์ภาคสนามต้องรายงานสภาพของตัวเองด้วย ไม่ใช่แค่ค่าที่วัด ในงานนี้ผู้ดูแลเห็นแบตเตอรี่ พัดลม เราเตอร์ และข้อมูลซิมของทุกตู้ และได้รับแจ้งเตือนเมื่อกล้องออฟไลน์หรือแบตเตอรี่ต่ำ ผู้ดูแลยังเลือกโหมดพลังงานของตู้ได้ 4 แบบจากแดชบอร์ด

ในงานนี้กล้องต่อเข้าเราเตอร์โดยตรง ไม่ผ่าน InSensor ส่วน InSensor อ่านค่าจากเรดาร์และเซนเซอร์อากาศ เราจึงแนะนำให้แยกเส้นทางของภาพจากกล้องกับค่าจากเซนเซอร์ บอร์ดจะได้ไม่ต้องรับภาระส่งไฟล์ภาพ

ข้อมูลจุดติดตั้งต้องพร้อมก่อนลงหน้างาน ได้แก่ พิกัดของทุกจุด สัญญาณมือถือที่จุดติดตั้ง และปริมาณข้อมูลซิมต่อเดือน เพราะตู้ส่งข้อมูลผ่านซิมการ์ดเป็นประจำ

แปลว่าอะไรสำหรับคุณ

ก่อนออกใบเสนอราคา เราขอรายการเซนเซอร์ แหล่งไฟ และพิกัดจุดติดตั้งของคุณ เพื่อจัดบอร์ดเสริมและตรวจสัญญาณเครือข่ายก่อนลงหน้างาน ถ้างานของคุณมีกล้องด้วย เราแนะนำให้ต่อกล้องเข้าเราเตอร์โดยตรงทางสาย LAN ไม่ผ่าน InSensor แบบเดียวกับงานนี้ ถ้าเป็นงานในโรงงาน เช่น วัดการสั่นของเครื่องจักร คุณเริ่มจากสถานีทดลอง 1 จุดกับข้อมูลจริงได้ก่อนตัดสินใจขยาย

InSensor ส่งข้อมูลต่อให้ระบบไหนได้บ้าง

InSensor ส่งข้อมูลผ่าน MQTT ในหัวข้อ x1/<cabinet_id>/telemetry ขึ้น X1 Station Manager ซึ่งเป็นระบบกลางสำหรับดูแลหลายสถานี หรือส่งเข้า nimitFlow เพื่อรวมกับข้อมูลส่วนอื่น ทำแดชบอร์ด และแจ้งเตือน ถ้าคุณต้องการเพียงดูค่า ใช้หน้าเว็บบนบอร์ดหรือ X1 Station Manager ได้โดยไม่ต้องใช้ nimitFlow

งานใช้จริงควรใช้ MQTT Broker ส่วนตัว และให้วิศวกรของเราประเมินความปลอดภัยของเครือข่ายก่อนติดตั้ง ขอบเขตการเชื่อมต่อกับ nimitFlow เราประเมินตามงาน

ดูแลหลายสถานีจากระบบกลาง

  • หน้าเว็บบนบอร์ด (ผ่าน LAN): Dashboard, System, Network, Power Management, Expansion (สั่งและตั้งเวลารีเลย์), Controller Script และ History
  • X1 Station Manager บนคลาวด์: ดูทุกสถานีในหน้าเดียว ดูกราฟระดับน้ำ 24 ชั่วโมง สั่งรีเลย์จากระยะไกล และสั่ง Force Read / Restart Router / Sync NTP / Flush Buffer
  • ลงทะเบียนสถานีใหม่ด้วย Install Wizard บนคลาวด์

พัฒนาโปรแกรมต่อเอง

X1 Board รันระบบปฏิบัติการ RT-Thread และเขียนหรือแฟลชโปรแกรมผ่าน Kflash หรือ MaixPy IDE ถ้างานต้องการกำลังประมวลผล AI มากกว่าที่ K210 ทำได้ เช่น งานกล้อง ต่อคอมพิวเตอร์บอร์ดเดียวอย่าง Jetson Nano ผ่านพอร์ต CN2 (UART1) เป็นตัวประมวลผลเสริม (Co-Processor)

รุ่นและสิ่งที่ได้ในกล่อง

สิ่งที่ได้ในกล่อง
— สอบถามรายละเอียดสำหรับรุ่นและชุดที่ต้องการจากทีมงาน

การรับประกัน
— สอบถามรายละเอียดสำหรับรุ่นและชุดที่ต้องการจากทีมงาน

สเปคทางเทคนิค

ขนาดสอบถามค่าที่รับรองสำหรับรุ่นและขอบเขตใช้งานของคุณ
น้ำหนักสอบถามค่าที่รับรองสำหรับรุ่นและขอบเขตใช้งานของคุณ
อุณหภูมิใช้งานสอบถามค่าที่รับรองสำหรับรุ่นและขอบเขตใช้งานของคุณ
ระดับการป้องกันน้ำและฝุ่น (IP)สอบถามค่าที่รับรองสำหรับรุ่นและขอบเขตใช้งานของคุณ
แหล่งจ่ายไฟรับไฟ 12–24 VDC (Terminal Block) · จ่ายไฟออก 5 VDC (กระแสเอาต์พุตยืนยันตามรุ่น) ผ่านรีเลย์ Normally-Closed ที่ใช้ตัดไฟรีบูต
การเชื่อมต่อEthernet 10/100 (W5500) · UART 2 พอร์ต (CN2 115,200 bps · CN3 921,600 bps) · I2C · SPI · RS-485/Modbus, CAN, Analog 24-bit และ Digital I/O ผ่านบอร์ดเสริมตามรุ่น · MQTT
บอร์ดหลักภายใน InSensorX1 MainBoard — รุ่นฮาร์ดแวร์และเฟิร์มแวร์ยืนยันตามงาน
MCUKendryte K210 — Dual-Core RISC-V 64-bit @ 400 MHz พร้อม KPU (AI Accelerator) ประมาณ 0.8 TOPS สำหรับ CNN 1D/2D
สถาปัตยกรรมการแบ่งงานบนชิป K210 ขึ้นกับเฟิร์มแวร์และขอบเขตงาน
หน่วยความจำ8 MB SRAM (ใช้งานทั่วไป 6 MB + สำหรับ AI 2 MB)
เครือข่ายEthernet 10/100 (W5500) · 4G ผ่านเราเตอร์ที่ควบคุมด้วยรีเลย์ · MQTT · หน้าเว็บในตัวผ่าน LAN
พอร์ตอนุกรมCN2: UART1 @115200 (SBC / Jetson Nano) · CN3: UART2 @921600 (Signal Expansion Board)
Analog Expansionรุ่น 8 ช่อง differential (2× MCP3912, 24-bit) หรือรุ่น 4 ช่อง
เซ็นเซอร์บนบอร์ดBME280 (อุณหภูมิ/ความชื้น) · DS3231 (นาฬิกาเวลาจริง)
ระบบป้องกันWatchdog (วงจรเฝ้าระบบค้าง) STWD100 (timeout ประมาณ 1.6 วินาที) ตัดไฟรีบูตอัตโนมัติ
ส่วนแสดงผลและควบคุมStatus LED (Heartbeat) · Buzzer (Alarm) · DIP Switch (Program/Run)
ระบบปฏิบัติการและการพัฒนาRT-Thread RTOS · เขียนและแฟลชโปรแกรมผ่าน Kflash / MaixPy IDE
รูปแบบการขายMainBoard · MainBoard + บอร์ดเสริม · ชุดพร้อมเคสและติดตั้ง (ราคาตามใบเสนอราคา)

ค่าในตารางอ้างอิง X1 MainBoard Product Datasheet (ฉบับร่าง) และคู่มือเฟิร์มแวร์สถานี DoRare V6.9 ส่วนขนาด น้ำหนัก การยึดติดตั้ง ช่วงอุณหภูมิใช้งาน ระดับ IP ใบรับรองมาตรฐาน และการรับประกัน ยังไม่ระบุในเอกสาร — สอบถามทีมงาน

สถาปัตยกรรมและการเชื่อมต่อ

เส้นทางกู้ระบบเองตาม X1 MainBoard Datasheet — ไฟเข้า 12–24 VDC ผ่านภาคจ่ายไฟ 5 V แล้วผ่านรีเลย์ที่ Watchdog (วงจรเฝ้าระบบค้าง) คุม

ระบบที่เชื่อมต่อได้

  • MQTT (หัวข้อ x1/<cabinet_id>/telemetry)
  • X1 Station Manager (คลาวด์ ดูแลหลายสถานี)
  • nimitFlow
  • DoRare Station
  • Modbus ผ่าน RS-485
  • Jetson Nano เป็น Co-Processor (UART1)

ความต้องการระบบ

  • ไฟเลี้ยง 12–24 VDC ที่ตู้ติดตั้ง ใช้ไฟจากโซลาร์และแบตเตอรี่ได้
  • สายแลน (Ethernet) หรือเราเตอร์ 4G ภายนอก สำหรับส่งข้อมูลขึ้นระบบกลาง
  • MQTT Broker (ตัวกลางรับส่งข้อมูล IoT) ตัวเดียวกันทั้งฝั่งบอร์ดและระบบกลาง — งานใช้จริงควรเป็น Broker ส่วนตัว โดยให้ทีมวิศวกรประเมินความปลอดภัยของเครือข่าย
  • ซอฟต์แวร์บนบอร์ด: ระบบปฏิบัติการ RT-Thread เขียนและแฟลชโปรแกรมด้วย Kflash หรือ MaixPy IDE
  • X1 Station Manager (ระบบกลางดูแลหลายสถานี) ติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์ด้วย Docker — ใช้ FastAPI, React และ SQLite
  • เปิดหน้าเว็บในตัวบอร์ดด้วยเว็บเบราว์เซอร์ในวง LAN เดียวกับบอร์ด

อุตสาหกรรมที่ใช้

  • ราชการและบริหารจัดการน้ำ — สถานีวัดระดับน้ำพลังงานโซลาร์ (DoRare Station)

วิธีสั่งซื้อและเลือกชุดบอร์ด

InSensor จัดชุดได้ 3 แบบ คือ MainBoard อย่างเดียว MainBoard พร้อมบอร์ดเสริม หรือชุดพร้อมเคสและติดตั้ง ราคาขึ้นกับจำนวนช่อง I/O และงาน ส่งรายการเซนเซอร์ให้เราจับคู่บอร์ดเสริมก่อนออกใบเสนอราคา หรือเริ่มจากตั้งสถานีทดลอง 1 จุดพร้อมระบบคลาวด์

เตรียมอะไรมาบ้าง

  • รายการเซนเซอร์ที่จะต่อ ชนิดสัญญาณ (Analog / RS-485 / ดิจิทัล) และจำนวนช่อง
  • ปลายทางของข้อมูล เช่น คลาวด์ SCADA หรือแดชบอร์ดที่ใช้อยู่
  • สถานที่ติดตั้งและแหล่งไฟ — มีไฟ AC หรือต้องใช้โซลาร์และแบตเตอรี่
  • พิกัดของจุดติดตั้งทุกจุด และสัญญาณมือถือที่จุดติดตั้ง ถ้าจะส่งข้อมูลผ่าน 4G
  • งานที่ต้องประมวลผลที่หน้างาน เช่น วิเคราะห์การสั่นของมอเตอร์ด้วย FFT หรือ AI
  • PLC หรืออุปกรณ์ส่งข้อมูลเดิมที่ต้องการแทนหรือทำงานร่วม และต้องการสั่งงานหรือรีเซ็ตอุปกรณ์จากระยะไกลหรือไม่

คำถามที่พบบ่อย

InSensor คืออะไร และต่างจาก X1 Board อย่างไร?

InSensor คือชุด IoT Gateway สำหรับรับและส่งข้อมูลเซนเซอร์ ส่วน X1 Board (X1 MainBoard) คือบอร์ดควบคุมภายในที่ใช้ชิป Kendryte K210 บอร์ดเสริม เช่น X1 Power Isolation, X1 RS485-CAN และบอร์ด Analog ต่อเพิ่มตามงาน สามารถจัดชุดพร้อมเคสและติดตั้งได้ เอกสารเดิมของเราเรียกชุดนี้ว่า X1 Controller ปัจจุบันใช้ชื่อสินค้า InSensor (บอร์ด X1)

InSensor ใช้กับเซนเซอร์อะไรได้บ้าง?

InSensor รับสัญญาณ Analog 24-bit แบบ differential ผ่านบอร์ด Analog Expansion รุ่น 8 ช่องหรือ 4 ช่อง, RS-485/Modbus, Digital I/O แบบแยกกราวด์ 5–24V, I2C, SPI, UART และ CAN ตัวอย่างที่ใช้งานจริงคือเรดาร์วัดระดับน้ำและสถานีตรวจอากาศในสถานี DoRare ส่งรุ่นเซนเซอร์ให้เรายืนยันความเข้ากันได้ก่อนสั่งซื้อ

ชิป K210 ทำ AI ที่หน้างานได้ไหม?

ทำได้ แต่ต้องพัฒนาและทดสอบตามงาน K210 มีตัวเร่ง AI (KPU) สำหรับพัฒนาโปรแกรมตามโจทย์ งาน FFT หรือ AI แต่ละแบบต้องประเมินข้อมูล โมเดล และทดสอบโปรแกรมก่อน ไม่ได้เป็นเฟิร์มแวร์สำเร็จรูปที่ติดมาในทุกชุด ถ้างานต้องการกำลังประมวลผลมากกว่านี้ ต่อ Jetson Nano เป็นตัวประมวลผลเสริมได้

ถ้าระบบค้างที่จุดติดตั้ง ต้องส่งคนไปไหม?

ถ้าเฟิร์มแวร์ค้าง ไม่ต้องส่งคนไป บอร์ดมี Watchdog ฮาร์ดแวร์ (STWD100) ถ้าระบบไม่ตอบสนองประมาณ 1.6 วินาที จะสั่งรีเลย์ตัดไฟแล้วรีบูตเอง และจากระบบกลางยังสั่ง Restart Router หรือสั่งรีเลย์แต่ละช่องจากระยะไกลได้ ถ้าอุปกรณ์เสียหายหรือไฟเลี้ยงหมด ยังต้องส่งคนไปตรวจที่ตู้

InSensor ใช้กับไฟโซลาร์และแบตเตอรี่ได้ไหม?

ได้ InSensor รับไฟ 12–24 VDC เฟิร์มแวร์อ้างอิง V6.9 ของสถานี DoRare มีนโยบายพลังงาน 3 ระดับ (CONTINUOUS / DUTY-CYCLE / SURVIVAL) สำหรับช่วงที่แดดน้อย ส่วนตู้ในงาน DoRare 20 ตู้ ผู้ดูแลเลือกโหมดพลังงานของตู้ได้ 4 แบบจากแดชบอร์ด ระยะเวลาที่ทำงานได้โดยไม่มีแดดขึ้นกับสเปกแผงโซลาร์และแบตเตอรี่ของแต่ละสถานี สอบถามเราได้

InSensor ราคาเท่าไร และมีรับประกันไหม?

InSensor ยังไม่มีราคาเผยแพร่ เราจัดชุดตามจำนวนช่อง I/O และงาน มี 3 แบบ คือ MainBoard อย่างเดียว MainBoard พร้อมบอร์ดเสริม และชุดพร้อมเคสและติดตั้ง เอกสารสินค้ายังไม่ระบุเงื่อนไขรับประกันมาตรฐาน ให้สอบถามพร้อมขอใบเสนอราคา สั่งหลายชุดในงานเดียวได้ เช่น งาน DoRare ปี 2569 ใช้ 20 ชุด

ส่งรายการเซนเซอร์และจุดติดตั้งของคุณ แล้วให้เราจัดชุด InSensor ให้ตรงงาน