ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ต้นแบบ · ทดสอบกับชิ้นงานจริง

ระบบกล้องตรวจการประกอบชิ้นส่วนถุงลมนิรภัย สำหรับอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์

ระบบ Machine Vision นี้ตรวจว่าชิ้นส่วนพลาสติกของชุดถุงลมนิรภัย 4 รุ่น ใส่หมุดพลาสติกครบ และแผ่นเลื่อน เทปสีดำ และแผ่นกาวอยู่ถูกตำแหน่ง แล้วคัดแยกชิ้นดีกับชิ้นเสีย เราสร้างต้นแบบ (PoC) บนชุดทดสอบในปี 2559–2560 ด้วยกล้อง Cube และชุดประมวลผล Medusa และทดสอบรายสถานีด้วยชิ้นงานดีและชิ้นงานเสียอย่างละ 100 ครั้ง

ภาพประกอบแนวคิด: ต้นแบบระบบตรวจสอบพินประกอบถุงลมนิรภัยด้วย Machine Vision งานที่พลาดไม่ได้ด้านความปลอดภัยขยายภาพ
ภาพประกอบแนวคิดที่สร้างด้วย AI เพื่ออธิบายงานในเคสนี้
อุตสาหกรรม
ยานยนต์
ปี
2559–2560
ขอบเขตงาน
ระบบกล้องตรวจการประกอบบนชุดทดสอบ — ภาพเข้า: กล้อง Cube ด้านบนชิ้นงานระยะ 20 cm เลนส์ 8 mm และไฟ Area Light · ประมวลผล: ชุดประมวลผล Medusa ที่ต่อกล้องได้ 2 ตัว กับโปรแกรมประมวลผลภาพตรวจ 5 รายการ (หมุดพลาสติก แผ่นเลื่อน เทปสีดำ แผ่นกาว และคัดแยกชิ้นดี/ชิ้นเสีย) บนชิ้นงาน 4 รุ่น ทั้งชิ้นซ้ายและชิ้นขวา · สัญญาณกับสถานีงาน: รับสัญญาณจากสวิตช์ 2 ตัวพร้อมกัน และส่งไฟ 24 V ออก 3 ช่อง (ผ่าน ไม่ผ่าน สถานะ) · โปรแกรมเพิ่มสำหรับชิ้นส่วนพลาสติกสีดำ PA66-GF30 และ PP-GF30 ที่แยกน็อตกลมกับน็อตสี่เหลี่ยม · ทดสอบรายสถานีด้วยชิ้นงานดี 100 ครั้งและชิ้นงานเสีย 100 ครั้ง

สรุปสั้น

  • ระบบกล้องตรวจการประกอบชิ้นส่วนพลาสติกของถุงลมนิรภัย 4 รุ่น ทั้งชิ้นซ้าย (LH) และชิ้นขวา (RH) เราสร้างเป็นต้นแบบ (PoC) บนชุดทดสอบในปี 2559–2560
  • ชุดทดสอบใช้กล้อง Cube ด้านบนชิ้นงาน เลนส์ 8 mm ไฟ Area Light และชุดประมวลผล Medusa โปรแกรมประมวลผลภาพตรวจหมุดพลาสติก แผ่นเลื่อน เทปสีดำ แผ่นกาว และคัดแยกชิ้นดีกับชิ้นเสีย รวม 5 รายการ
  • รายงานทดสอบสรุปว่าตรวจได้ครบทั้ง 5 รายการ และในการทดสอบรายสถานี ระบบตัดสินชิ้นงานดี 100 ครั้งและชิ้นงานเสีย 100 ครั้งได้ถูกต้องทุกครั้ง
  • ต้นแบบรายสถานีรับสัญญาณจากสวิตช์ 2 ตัวพร้อมกัน และส่งไฟ 24 V ออก 3 ช่อง แยกผ่าน ไม่ผ่าน และสถานะ ให้อุปกรณ์ในสถานีงาน
01

โจทย์หน้างาน

ชิ้นส่วนพลาสติกของชุดถุงลมนิรภัยมี 4 รุ่น แต่ละรุ่นมีชิ้นซ้าย (LH) และชิ้นขวา (RH) และต้องใส่หมุดพลาสติก แผ่นเลื่อน เทป หรือแผ่นกาวให้ครบและตรงตำแหน่ง ลูกค้าต้องการระบบกล้องที่ตรวจการประกอบนี้ได้เอง คัดแยกชิ้นดีกับชิ้นเสีย และส่งผลตรวจเป็นสัญญาณไฟ 24 V ให้อุปกรณ์ในสถานีงาน

02

สิ่งที่เราทำ

เราจัดชุดทดสอบด้วยกล้อง Cube เลนส์ 8 mm ไฟ Area Light และชุดประมวลผล Medusa แล้วเขียนโปรแกรมประมวลผลภาพ (Image Processing) ตรวจ 5 รายการ จากนั้นทดสอบโปรแกรมรายสถานีงานตามข้อกำหนดสัญญาณขาเข้าและขาออก และเพิ่มโปรแกรมตรวจชิ้นส่วนพลาสติกสีดำที่แยกน็อตกลมกับน็อตสี่เหลี่ยม

03

ผลทดสอบกับชิ้นงานจริง

รายงานทดสอบสรุปว่าต้นแบบตรวจได้ครบทั้ง 5 รายการ และการตรวจหมุดบน Model B กับตำแหน่งแผ่นกาวบน Model D ใช้กล้อง 1 ตัว ในการทดสอบรายสถานีบนชุดทดสอบ ระบบตัดสินชิ้นงานดี 100 ครั้งและชิ้นงานเสีย 100 ครั้งได้ถูกต้องทุกครั้ง ผลนี้วัดบนชุดทดสอบ การใช้ในสายการผลิตต้องทดลองกับสภาพแสงและจังหวะงานหน้างานอีกครั้ง

ที่มาของโจทย์

โจทย์ของงานนี้คือการให้กล้องยืนยันว่าชิ้นส่วนพลาสติกของชุดถุงลมนิรภัยประกอบครบและถูกตำแหน่ง ก่อนส่งไปขั้นตอนถัดไป ชิ้นส่วนที่ทดสอบมี 4 รุ่น เอกสารเรียกว่า Model A ถึง Model D และแต่ละรุ่นมีชิ้นซ้ายกับชิ้นขวา บนชิ้นงานต้องใส่หมุดพลาสติก และบางรุ่นต้องมีแผ่นเลื่อน เทปสีดำ หรือแผ่นกาว

ถุงลมนิรภัยเป็นชิ้นส่วนด้านความปลอดภัย หมุดที่หายไปหรือแผ่นกาวที่เยื้องเล็กน้อยมองด้วยตาได้ยาก โดยเฉพาะเมื่อมีหลายรุ่น และชิ้นซ้ายกับชิ้นขวามีหน้าตาคล้ายกัน ลูกค้าจึงต้องการระบบ Machine Vision (ระบบที่ใช้กล้องกับซอฟต์แวร์ตรวจชิ้นงานแทนสายตาคน) ที่ตรวจทุกชิ้นด้วยเกณฑ์เดียวกัน

ข้อกำหนดและข้อจำกัด

เราสรุปข้อกำหนดของต้นแบบไว้ในเอกสารข้อกำหนด (Requirement) ของงาน และข้อกำหนดรายสถานีงาน ระบบต้องตรวจ 5 รายการบนชิ้นงาน 4 รุ่น และต้องส่งผลตรวจเป็นสัญญาณไฟให้อุปกรณ์ในสถานีงาน

  • ตรวจว่าใส่หมุดพลาสติกครบทุกจุด บนแผ่นชิ้นงานทุกรุ่น
  • ตรวจตำแหน่งแผ่นเลื่อนบน Model A เทปสีดำบน Model C และแผ่นกาวบน Model D
  • คัดแยกชิ้นดีกับชิ้นเสียอัตโนมัติ
  • รองรับทั้งชิ้นซ้าย (LH) และชิ้นขวา (RH) ของทุกรุ่น
  • ต้นแบบรายสถานีต้องรับสัญญาณจากสวิตช์ 2 ตัวพร้อมกัน และส่งไฟ 24 V ออก 3 ช่อง คือผ่าน ไม่ผ่าน และสถานะ
  • ชิ้นส่วนพลาสติกสีดำ (PA66-GF30 และ PP-GF30 คือชื่อเกรดพลาสติกเสริมใยแก้ว) ต้องแยกน็อตกลมกับน็อตสี่เหลี่ยม เพื่อจับกรณีใส่สลับตำแหน่งกัน

ทำไมเลือกกล้องด้านบน ไฟ Area Light และการประมวลผลภาพ

เราตั้งกล้องไว้ด้านบนชิ้นงานและใช้ไฟ Area Light เพราะงานนี้ต้องเห็นขอบของหมุด เทป และแผ่นกาวชัดพอให้โปรแกรมแยกออกจากพื้นชิ้นงานได้ ชุดทดสอบใช้กล้อง Cube ที่ระยะ 20 cm กับเลนส์ 8 mm ภาพจากกล้องเข้าชุดประมวลผล Medusa ซึ่งต่อกล้องได้ 2 ตัว แล้วโปรแกรมประมวลผลภาพ (Image Processing) หาตำแหน่งที่ต้องตรวจของแต่ละรุ่น

เราเริ่มจากชุดทดสอบ เพราะต้องยืนยันก่อนว่าภาพจากกล้องเห็นจุดตรวจครบทุกรุ่น และต้องใช้กล้องกี่ตัว ผลจากชุดทดสอบจึงบอกได้ว่าจุดตรวจใดใช้กล้องตัวเดียวร่วมกันได้

ไฟ Area Light คืออะไร

Area Light คือแผงไฟที่ให้แสงสม่ำเสมอเป็นพื้นที่กว้าง ใช้ลดเงาและแสงสะท้อนบนชิ้นงาน ทำให้ขอบของหมุด เทป หรือแผ่นกาวเห็นชัดพอให้โปรแกรมแยกออกจากพื้นชิ้นงานได้

สิ่งที่เราสร้างและทดสอบ

ต้นแบบนี้มี 2 ส่วน คือชุดทดสอบฮาร์ดแวร์ และโปรแกรมตรวจที่เราเขียนและทดสอบบนชุดทดสอบนั้น

  • ชุดทดสอบฮาร์ดแวร์: กล้อง Cube เลนส์ 8 mm ไฟ Area Light และชุดประมวลผล Medusa
  • โปรแกรมตรวจการประกอบ 5 รายการ สำหรับชิ้นงาน 4 รุ่น
  • โปรแกรมต้นแบบรายสถานีงาน ที่รับสัญญาณจากสวิตช์และส่งผลตรวจเป็นสัญญาณไฟให้สถานีงาน
  • โปรแกรมตรวจชิ้นส่วนพลาสติกสีดำ ที่แยกน็อตกลมกับน็อตสี่เหลี่ยม

ลำดับการทดสอบ

เราทดสอบเป็น 3 ขั้น เริ่มจากยืนยันว่าตรวจได้ครบทุกรายการ แล้วทดสอบรายสถานีตามข้อกำหนดสัญญาณ และเพิ่มโปรแกรมสำหรับชิ้นส่วนพลาสติกสีดำ

  • ทดสอบการตรวจ 5 รายการบนชุดทดสอบ และสรุปผลในรายงานทดสอบ
  • ทดสอบโปรแกรมต้นแบบรายสถานีงาน ด้วยชิ้นงานดีและชิ้นงานเสีย
  • เพิ่มโปรแกรมตรวจชิ้นส่วนพลาสติกสีดำ PA66-GF30 และ PP-GF30 ที่แยกน็อตกลมกับน็อตสี่เหลี่ยม

รายละเอียดผลทดสอบกับชิ้นงานจริง

รายงานทดสอบสรุปว่าต้นแบบตรวจการประกอบชิ้นส่วนพลาสติกของถุงลมนิรภัย 4 รุ่นได้ครบทั้ง 5 รายการ การตรวจหมุดบน Model B และตำแหน่งแผ่นกาวบน Model D ใช้กล้อง 1 ตัว

ในการทดสอบต้นแบบรายสถานีบนชุดทดสอบ ระบบตัดสินชิ้นงานดี 100 ครั้งและชิ้นงานเสีย 100 ครั้งได้ถูกต้องทุกครั้ง ผลนี้วัดบนชุดทดสอบ ซึ่งควบคุมระยะกล้องและแสงได้คงที่ การใช้ในสายการผลิตต้องทดลองกับสภาพแสงและจังหวะงานหน้างานอีกครั้ง

สิ่งที่เราเรียนรู้

งานนี้ให้หลักการ 3 ข้อสำหรับงานตรวจการประกอบด้วยกล้อง

  • ทดสอบทั้งชิ้นดีและชิ้นเสีย แล้วรายงานผลแยกกัน ผลที่ถูกต้องกับชิ้นดีอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าระบบจับชิ้นเสียได้ งานนี้จึงทดสอบชิ้นงานดีและชิ้นงานเสียอย่างละ 100 ครั้ง
  • ชุดตัวอย่างทดสอบต้องครอบคลุมทุกอย่างที่ทำให้ภาพต่างกัน เช่น รุ่นชิ้นงาน ชิ้นซ้ายกับชิ้นขวา และสีของหมุด ในงานนี้หมุดสีขาวกับสีฟ้าต้องทดสอบแยกกัน
  • กำหนดสัญญาณขาเข้าและขาออกกับสถานีงานตั้งแต่ขั้นต้นแบบ ผลตรวจจากกล้องจะใช้งานได้เมื่ออุปกรณ์ในสถานีงานรับสัญญาณผ่าน ไม่ผ่าน และสถานะได้ตรงตามที่ตกลงไว้

นำแนวทางนี้ไปใช้กับสายประกอบของคุณได้อย่างไร

ถ้าสายประกอบของคุณต้องยืนยันว่าหมุด คลิป เทป หรือแผ่นกาวอยู่ครบและถูกตำแหน่ง คุณใช้แนวทางเดียวกับต้นแบบนี้ได้ คือกล้องด้านบน ไฟที่ให้แสงสม่ำเสมอ โปรแกรมตรวจรายจุด และสัญญาณผ่าน / ไม่ผ่านให้สถานีงาน ส่วนที่ต้องปรับคือระยะกล้อง เลนส์ ไฟ และจำนวนกล้อง ตามขนาดและสีของชิ้นงานของคุณ

ส่วนที่ใช้ซ้ำได้ และส่วนที่ต้องปรับ

ส่วนของระบบใช้ซ้ำได้ต้องปรับเมื่อ
กล้องและไฟกล้องด้านบนชิ้นงานกับไฟ Area Lightชิ้นงานใหญ่กว่า มีจุดที่ถูกบดบัง หรือผิวสะท้อนแสงต่างจากเคสนี้ ต้องทดสอบระยะกล้อง เลนส์ และไฟใหม่
โปรแกรมตรวจการตรวจว่ามีชิ้นส่วนย่อยครบ และการตรวจตำแหน่งเทปหรือแผ่นกาวสีของชิ้นส่วนย่อยใกล้กับสีพื้นชิ้นงาน หรือมีรุ่นใหม่เพิ่ม ต้องทดสอบกับชิ้นงานตัวอย่างของแต่ละรุ่น
จำนวนกล้องการตรวจหลายจุดด้วยกล้อง 1 ตัวเมื่อจุดตรวจอยู่ในภาพเดียวจุดตรวจอยู่คนละด้านของชิ้นงาน ต้องประเมินจำนวนกล้องใหม่
สัญญาณกับสถานีงานสัญญาณผ่าน ไม่ผ่าน และสถานะแยกช่องอุปกรณ์ในสถานีงานรับสัญญาณต่างแบบ ต้องตกลงจำนวนช่องและแรงดันไฟใหม่
การยืนยันผลการทดสอบชิ้นดีและชิ้นเสียแยกกันบนชุดทดสอบก่อนใช้งานจริง ต้องทดลองในสายการผลิต เพราะแสงและจังหวะงานหน้างานต่างจากชุดทดสอบ
  • เตรียมชิ้นงานตัวอย่างทั้งชิ้นดีและชิ้นเสียของทุกรุ่น ทั้งชิ้นซ้ายและชิ้นขวา
  • ระบุให้ชัดว่าต้องตรวจจุดไหน และแต่ละจุดตรวจแค่มีหรือไม่มี หรือต้องตรวจตำแหน่งด้วย
  • ตกลงรูปแบบสัญญาณขาเข้าและขาออกกับอุปกรณ์ในสถานีงานตั้งแต่ต้น
  • วางแผนทดลองในสายการผลิตก่อนใช้งานเต็มรูปแบบ

เทคโนโลยีที่ใช้

Machine Visionกล้อง Cubeชุดประมวลผล Medusaเลนส์ 8 mmไฟส่องสว่าง Area Lightโปรแกรมประมวลผลภาพ (Image Processing)สเปกเอาต์พุต 24 V (ผ่าน / ไม่ผ่าน / สถานะ)

คำถามที่พบบ่อย

ต้นแบบนี้ตรวจอะไรได้บ้าง

ต้นแบบนี้ตรวจ 5 รายการ คือหมุดพลาสติกบนแผ่นชิ้นงานทุกรุ่น แผ่นเลื่อนบน Model A เทปสีดำบน Model C แผ่นกาวบน Model D และการคัดแยกชิ้นดีกับชิ้นเสียอัตโนมัติ รายงานทดสอบสรุปว่าทำได้ทั้ง 5 รายการ

ต้องใช้กล้องกี่ตัว

ในงานนี้ การตรวจหมุดบน Model B และตำแหน่งแผ่นกาวบน Model D ใช้กล้อง 1 ตัว สำหรับงานของคุณ จำนวนกล้องขึ้นกับขนาดชิ้นงานและตำแหน่งของจุดตรวจ เราประเมินจากชิ้นงานตัวอย่างก่อนยืนยัน

ผลทดสอบเชื่อถือได้แค่ไหน

ในการทดสอบต้นแบบรายสถานี ระบบตัดสินชิ้นงานดี 100 ครั้งและชิ้นงานเสีย 100 ครั้งได้ถูกต้องทุกครั้ง ผลนี้วัดบนชุดทดสอบ ก่อนใช้กับสายการผลิตของคุณ ต้องทดลองกับสภาพแสงและจังหวะงานหน้างานอีกครั้ง

ระบบส่งผลตรวจให้อุปกรณ์ในสถานีงานอย่างไร

ข้อกำหนดต้นแบบรายสถานีระบุให้รับสัญญาณจากสวิตช์ 2 ตัวพร้อมกัน และส่งไฟ 24 V ออก 3 ช่อง แยกเป็นผ่าน ไม่ผ่าน และสถานะ อุปกรณ์ในสถานีงานนำสัญญาณนี้ไปใช้ต่อตามที่โรงงานกำหนด

ต้องเตรียมอะไรก่อนทดสอบกับชิ้นงานของคุณ

เตรียมชิ้นงานตัวอย่างทั้งชิ้นดีและชิ้นเสียของทุกรุ่น ทั้งชิ้นซ้ายและชิ้นขวา ระบุจุดที่ต้องตรวจ และรูปแบบสัญญาณที่อุปกรณ์ในสถานีงานรับได้ ชุดตัวอย่างต้องครอบคลุมทุกอย่างที่ทำให้ภาพต่างกัน ในงานนี้หมุดสีขาวกับสีฟ้าต้องทดสอบแยกกัน

อยากได้ระบบแบบนี้ในงานของคุณ?