ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ต้นแบบ · ทดสอบกับชิ้นงานจริง

โปรแกรมตรวจเฉดสีชิ้นงานด้วยกล้องและ AI (IKS2 Shading) สำหรับงานผลิตทั่วไป

IKS2 Shading คือโปรแกรมตรวจเฉดสีชิ้นงานด้วยกล้อง โปรแกรมเรียนรู้เกณฑ์จากภาพชิ้นงานดีและชิ้นงานเสีย ให้ AI แยกกลุ่มเฉดสี แล้วแสดงผลเป็นงานดี (OK) หรืองานเสีย (NG) เราพัฒนาโปรแกรมต้นแบบนี้เอง และแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาเมื่อ พ.ศ. 2561

ภาพประกอบเคส โปรแกรมตรวจเฉดสีชิ้นงานด้วยกล้องและ AI (IKS2 Shading) สำหรับงานผลิตทั่วไป
อุตสาหกรรม
การผลิตทั่วไป
ปี
2561 (ปีจดลิขสิทธิ์)
ขอบเขตงาน
ข้อมูลเข้า: ภาพชิ้นงานดีและชิ้นงานเสียจากกล้อง · ประมวลผล: กรองภาพ เรียงค่าสี RGB ตามฮิสโตแกรม ดึงคุณลักษณะของภาพ (Feature Extraction) แยกกลุ่มเฉดสีด้วย K-means Clustering และเลือกเกณฑ์ตัดสินด้วย Fuzzy Logic · แสดงผล: งานดี (OK) หรืองานเสีย (NG) พร้อมรายงานสรุป · ซอฟต์แวร์: ส่วนสอนเกณฑ์ ส่วนตรวจและแสดงผล ฐานข้อมูลสีสำหรับดูย้อนหลัง และหน้าจอเพิ่มเฉดสีมาตรฐานใหม่โดยไม่ต้องเขียนโปรแกรม · สิ่งที่เราสร้าง: โปรแกรมต้นแบบ IKS2 Shading ที่เราพัฒนาเอง

สรุปสั้น

  • IKS2 Shading คือโปรแกรมต้นแบบตรวจเฉดสีชิ้นงานด้วยกล้องที่เราพัฒนาเอง และแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาเมื่อ พ.ศ. 2561
  • ผู้ใช้สอนเกณฑ์ด้วยภาพชิ้นงานดีและชิ้นงานเสีย เมื่อมีเฉดสีมาตรฐานใหม่ ก็เพิ่มภาพตัวอย่างชุดใหม่ได้โดยไม่ต้องเขียนโปรแกรม
  • AI ทำหน้าที่จัดกลุ่มข้อมูลสีด้วย K-means Clustering ส่วน Fuzzy Logic เลือกเกณฑ์ตัดสิน และผู้ใช้เป็นผู้กำหนดว่าภาพตัวอย่างไหนคืองานดีหรืองานเสีย
  • ผลตรวจแสดงเป็นงานดี (OK) หรืองานเสีย (NG) พร้อมรายงานสรุป และเก็บข้อมูลสีลงฐานข้อมูลเพื่อดูย้อนหลัง
  • IKS2 Shading เป็นโปรแกรมต้นแบบที่ตั้งเกณฑ์จากภาพตัวอย่าง การนำไปใช้กับชิ้นงานใดจึงต้องสอนเกณฑ์และทดสอบกับชิ้นงานและแสงของหน้างานนั้น
01

โจทย์หน้างาน

หลายโรงงานยังคัดเฉดสีชิ้นงานด้วยสายตา พนักงานแต่ละคนอาจตอบคำถาม "ชิ้นนี้สีผ่านหรือไม่ผ่าน" ไม่ตรงกัน และการคัดด้วยคนใช้แรงงานและเวลามาก

02

สิ่งที่เราทำ

เราพัฒนา IKS2 Shading เป็นระบบช่วยตัดสินใจ (Decision Support System) ที่แปลงสีในภาพเป็นตัวเลข ใช้ K-means Clustering (วิธีจัดกลุ่มข้อมูลอัตโนมัติ) แยกกลุ่มงานดีกับงานเสีย และใช้ Fuzzy Logic (ตรรกะคลุมเครือ) เลือกเกณฑ์ตัดสิน ผลตรวจแสดงเป็น OK หรือ NG พร้อมรายงานสรุป และเก็บข้อมูลสีไว้ดูย้อนหลัง

03

ผลทดสอบกับชิ้นงานจริง

ได้โปรแกรมต้นแบบที่ตัดสินเฉดสีจากค่าตัวเลขของภาพด้วยเกณฑ์เดียวกันทุกครั้ง และเราแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาเมื่อ พ.ศ. 2561 การนำไปใช้กับชิ้นงานใด ต้องสอนเกณฑ์และทดสอบกับชิ้นงานและสภาพแสงของหน้างานนั้น

ที่มาของโจทย์

โจทย์ของงานนี้คือการตัดสินว่าชิ้นงานสีผ่านหรือไม่ผ่าน ด้วยเกณฑ์ที่ไม่ขึ้นกับคนตรวจ หลายโรงงานยังคัดเฉดสีด้วยสายตา พนักงานแต่ละคนอาจตัดสินชิ้นงานเดียวกันไม่ตรงกัน และการคัดด้วยคนใช้แรงงานและเวลามาก

เราพัฒนา IKS2 Shading เองเป็นโปรแกรมต้นแบบ เอกสารนำเสนอของเรายกตัวอย่างการประยุกต์ใช้กับงานตรวจเฉดสีของฉลาก กระเบื้อง และพรม

ข้อกำหนดและข้อจำกัด

โปรแกรมต้องตั้งเกณฑ์จากภาพชิ้นงานจริง และให้ผู้ใช้เพิ่มเฉดสีมาตรฐานใหม่ได้เอง ข้อกำหนดหลักของต้นแบบมีดังนี้

  • ใช้ภาพชิ้นงานดีและชิ้นงานเสียเป็นข้อมูลตั้งเกณฑ์
  • เพิ่มเฉดสีมาตรฐานใหม่ได้จากหน้าจอ โดยสอนโมเดลด้วยภาพตัวอย่างชุดใหม่ ไม่ต้องเขียนโปรแกรม
  • แสดงผลตรวจเป็นงานดี (OK) หรืองานเสีย (NG) พร้อมรายงานสรุป
  • เก็บข้อมูลสีลงฐานข้อมูล เพื่อดูย้อนหลังและใช้ปรับเกณฑ์

ข้อจำกัดหลักมาจากภาพ ค่าสีในภาพเปลี่ยนตามแสง และเกณฑ์ที่ได้จะดีเท่ากับภาพตัวอย่างที่ใช้สอน ภาพตัวอย่างจึงต้องครอบคลุมช่วงเฉดสีที่พบจริง และทีมต้องตกลงกันก่อนว่าชิ้นงานแบบไหนนับเป็นงานดี

ทำไมเราเลือกให้โปรแกรมเรียนรู้เกณฑ์จากภาพชิ้นงานดีและชิ้นงานเสีย

เราเลือกวิธีนี้เพราะคำถามของหน้างานคือ "สีผ่านหรือไม่ผ่าน" และคำตอบนั้นอยู่ในชิ้นงานตัวอย่างที่ทีมคัดไว้แล้ว โปรแกรมจึงแปลงสีของภาพตัวอย่างเป็นตัวเลข แล้วจัดกลุ่มงานดีกับงานเสียจากตัวเลขเหล่านั้น เมื่อมีเฉดสีมาตรฐานใหม่ ทีมเพิ่มภาพตัวอย่างชุดใหม่ได้ โดยไม่ต้องแก้โปรแกรม

AI ทำหน้าที่ส่วนเดียว คือจัดกลุ่มข้อมูลสี ส่วนการเลือกเกณฑ์ใช้ Fuzzy Logic (ตรรกะคลุมเครือ คือวิธีให้เหตุผลกับค่าที่ไม่ได้แบ่งเป็นใช่หรือไม่ใช่ชัดเจน) ผู้ใช้เป็นผู้กำหนดภาพตัวอย่างงานดีและงานเสีย และใช้ผล OK / NG ประกอบการตัดสินใจ ขั้นตอนการทำงานมีดังนี้

  1. 1

    ถ่ายภาพตัวอย่างงานดีและงานเสีย

    ผู้ใช้ถ่ายภาพชิ้นงานที่เฉดสีผ่านและไม่ผ่านเก็บไว้เป็นตัวอย่าง ภาพชุดนี้คือข้อมูลที่โปรแกรมใช้ตั้งเกณฑ์

  2. 2

    กรองภาพและเรียงค่าสี

    โปรแกรมกรองภาพ แล้วเรียงค่าสีแดง เขียว และน้ำเงินตามฮิสโตแกรม (Histogram คือกราฟการกระจายของค่าสีในภาพ) เพื่อเลือกเฉพาะข้อมูลสีที่สำคัญ

  3. 3

    รวมคุณลักษณะของภาพ

    ข้อมูลสีของทุกช่องสีถูกรวมเป็นชุดตัวเลขที่บอกลักษณะของภาพ (Feature Extraction คือการดึงคุณลักษณะสำคัญของภาพออกมาเป็นตัวเลข) ทำให้เทียบภาพแต่ละภาพกันได้

  4. 4

    AI แยกกลุ่มเฉดสี

    AI จัดกลุ่มข้อมูลแบบ K-means Clustering แยกกลุ่มชิ้นงานดีกับชิ้นงานเสีย แล้วเก็บค่าตัวแทนของแต่ละกลุ่มไว้ใช้ตัดสินชิ้นงานถัดไป

  5. 5

    เลือกเกณฑ์และออกผล

    Fuzzy Logic เลือกกลุ่มที่ให้ผลทางสถิติดีเป็นเกณฑ์ตัดสิน โปรแกรมแสดงผลงานดี (OK) หรืองานเสีย (NG) ออกรายงานสรุป และเก็บข้อมูลสีลงฐานข้อมูล

K-means Clustering คืออะไร

K-means Clustering คือวิธีจัดกลุ่มข้อมูลอัตโนมัติ ระบบหาจุดศูนย์กลางของแต่ละกลุ่ม แล้วจัดข้อมูลแต่ละชุดเข้ากลุ่มที่ใกล้ที่สุด ในงานนี้ข้อมูลคือตัวเลขสีจากภาพ ชิ้นงานที่เฉดสีใกล้กันจึงอยู่กลุ่มเดียวกัน

ส่วนประกอบของระบบ

IKS2 Shading เป็นซอฟต์แวร์ระบบช่วยตัดสินใจ (Decision Support System) ที่รวมการสอนเกณฑ์ การตรวจ และการเก็บข้อมูลไว้ในโปรแกรมเดียว IKS2 Shading ตัดสินชิ้นงานแต่ละชิ้นเป็น 2 ผล คือ งานดี (OK) หรืองานเสีย (NG) และเก็บข้อมูลสีลงฐานข้อมูล องค์ประกอบของต้นแบบมีดังนี้

  • ส่วนสอนเกณฑ์: รับภาพชิ้นงานดีและชิ้นงานเสีย แล้วสร้างกลุ่มเฉดสีและค่าตัวแทนของแต่ละกลุ่ม
  • ส่วนตรวจและแสดงผล: เทียบภาพชิ้นงานใหม่กับเกณฑ์ แล้วแสดงผลเป็น OK หรือ NG
  • รายงานสรุป: สรุปผลการคัดแยกชิ้นงานเป็นกลุ่ม OK และ NG
  • ฐานข้อมูลสี: เก็บข้อมูลสีของชิ้นงานไว้ดูย้อนหลัง
  • หน้าจอเพิ่มเฉดสีมาตรฐานใหม่: เพิ่มชุดภาพตัวอย่างและสอนโมเดลใหม่ได้โดยไม่ต้องเขียนโปรแกรม

สิ่งที่เราสร้าง

เราพัฒนา IKS2 Shading เป็นโปรแกรมต้นแบบ (PoC คือการพิสูจน์แนวคิด) ที่มีขั้นตอนตั้งแต่สอนเกณฑ์จากภาพจนถึงแสดงผล OK / NG และแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์โปรแกรมตรวจสอบเฉดสีอัตโนมัติ (IKS2 Shading) ต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาเมื่อ พ.ศ. 2561 การแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์เป็นการบันทึกข้อมูลผลงาน ไม่ใช่การจดทะเบียนหรือการรับรองคุณภาพของโปรแกรม

ความแม่นยำของการตัดสินเฉดสีขึ้นกับชิ้นงาน แสง และชุดภาพตัวอย่างที่ใช้สอน ตัวชี้วัดที่ใช้ประเมินคืออัตราจับของเสียและอัตราเตือนผิด ซึ่งต้องวัดกับชิ้นงานและจุดถ่ายภาพของแต่ละโรงงาน

สิ่งที่เราเรียนรู้

งานนี้ให้หลักการสำหรับงานตรวจเฉดสีด้วยกล้องดังนี้

  • เกณฑ์สีเริ่มจากภาพตัวอย่างที่ทีมตกลงกันแล้ว เมื่อโปรแกรมเรียนรู้จากภาพงานดีและงานเสีย เกณฑ์ที่ได้จะสม่ำเสมอเท่ากับการคัดภาพตัวอย่าง ทีมจึงต้องตกลงนิยามงานดีให้ตรงกันก่อนสอนโมเดล
  • แปลงสีเป็นตัวเลขก่อนให้ AI ทำงาน และกำหนดให้ชัดว่า AI ทำส่วนไหน ในงานนี้ AI จัดกลุ่มข้อมูลสี Fuzzy Logic เลือกเกณฑ์ และคนกำหนดภาพตัวอย่าง และมีข้อมูลสีในฐานข้อมูลไว้ดูย้อนหลังเมื่อต้องทบทวนเกณฑ์
  • แสงเป็นส่วนหนึ่งของเกณฑ์ ค่าสีในภาพเปลี่ยนตามแสง เกณฑ์ที่ตั้งภายใต้แสงชุดหนึ่งจึงย้ายไปใช้กับจุดถ่ายภาพอื่นไม่ได้ จนกว่าจะทดสอบกับแสงของจุดนั้น

นำแนวทางนี้ไปใช้กับโรงงานของคุณได้อย่างไร

ถ้าโรงงานของคุณต้องคัดเฉดสีชิ้นงานก่อนบรรจุหรือส่งลูกค้า คุณใช้แนวทางของเคสนี้ได้ คือสอนเกณฑ์จากภาพชิ้นงานดีและชิ้นงานเสีย แปลงสีเป็นตัวเลข แล้วจัดกลุ่มเพื่อตัดสิน OK / NG ส่วนที่ต้องปรับคือแสง กล้อง และชุดภาพตัวอย่างของชิ้นงานคุณ ซึ่งต้องทดสอบกับชิ้นงานจริงของคุณก่อน

ส่วนที่ใช้ซ้ำได้ และส่วนที่ต้องปรับ

ส่วนของระบบใช้ซ้ำได้ต้องปรับเมื่อ
การตั้งเกณฑ์การสอนเกณฑ์จากภาพชิ้นงานดีและชิ้นงานเสียชิ้นงานของคุณมีเฉดสีหรือช่วงสีที่ต่างจากภาพตัวอย่างเดิม ต้องถ่ายภาพตัวอย่างชุดใหม่
การแปลงสีเป็นตัวเลขการเรียงค่าสีตามฮิสโตแกรมและ Feature Extractionผิวชิ้นงานมีลาย เงา หรือการสะท้อนแสงต่างกัน ต้องทดสอบว่าค่าสีที่อ่านได้ยังแยกงานดีกับงานเสียได้
การจัดกลุ่มและเลือกเกณฑ์K-means Clustering และ Fuzzy Logicนิยามงานดีและงานเสียของทีมคุณต่างจากเดิม ต้องสอนโมเดลใหม่
การถ่ายภาพแนวคิดการถ่ายภาพชิ้นงานด้วยกล้องที่จุดตรวจจุดตรวจของคุณมีแสงต่างกัน ต้องเลือกกล้องและไฟ และควบคุมแสงให้คงที่
ผลและข้อมูลผล OK / NG รายงานสรุป และฐานข้อมูลสีต้องส่งผลเข้าระบบอื่นของโรงงาน ต้องประเมินงานเชื่อมต่อเพิ่ม

เทคโนโลยีที่ใช้

Machine VisionImage ProcessingRGB HistogramFeature ExtractionK-means ClusteringFuzzy LogicDecision Support System

คำถามที่พบบ่อย

ต้องกรอกค่าสีมาตรฐานเป็นตัวเลขเองหรือไม่

เกณฑ์หลักของ IKS2 Shading มาจากการจัดกลุ่มข้อมูลสีของภาพตัวอย่างงานดีและงานเสีย วิธีตั้งค่าในรายละเอียดขึ้นกับรุ่นของโปรแกรมและชิ้นงานที่ใช้ทดสอบ

AI ทำหน้าที่ส่วนไหน และใครเป็นผู้ตัดสินผล

AI ทำหน้าที่จัดกลุ่มข้อมูลสีด้วย K-means Clustering เพื่อแยกกลุ่มงานดีกับงานเสีย จากนั้น Fuzzy Logic เลือกเกณฑ์ตัดสิน โปรแกรมออกแบบเป็นระบบช่วยตัดสินใจ ผู้ใช้เป็นผู้กำหนดภาพตัวอย่าง และใช้ผล OK / NG ประกอบการตัดสินใจ

แสงที่จุดตรวจมีผลต่อผลตรวจเฉดสีอย่างไร

ค่าสีในภาพเปลี่ยนตามแสง เกณฑ์ที่ตั้งภายใต้แสงชุดหนึ่งจึงย้ายไปใช้กับจุดถ่ายภาพอื่นไม่ได้ จนกว่าจะทดสอบกับแสงของจุดนั้น จุดตรวจจึงต้องเลือกกล้องและไฟ และควบคุมแสงให้คงที่ ก่อนถ่ายภาพตัวอย่างสำหรับสอนเกณฑ์

ใช้กับชิ้นงานประเภทไหนได้บ้าง

เอกสารนำเสนอของเรายกตัวอย่างงานฉลาก กระเบื้อง และพรม แต่ชิ้นงานแต่ละแบบมีผิวและเงาต่างกัน ต้องทดสอบกับชิ้นงานตัวอย่างของโรงงานคุณก่อนจึงจะยืนยันได้

ถ้าจะทดสอบกับชิ้นงานของเรา ต้องเตรียมอะไร

เตรียมชิ้นงานตัวอย่างทั้งงานดีและงานเสียที่ครอบคลุมเฉดสีที่พบจริง เกณฑ์งานดีที่ทีมตกลงกันแล้ว และข้อมูลจุดที่จะถ่ายภาพ เช่น สภาพแสง ไม่มีราคามาตรฐาน เราประเมินราคาและระยะเวลาหลังทดสอบกับชิ้นงานตัวอย่าง

อยากได้ระบบแบบนี้ในงานของคุณ?