ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
หน่วยงานราชการ

เครื่องต้นแบบทดสอบชุดกล้อง เลนส์ และไฟส่องสำหรับงาน Machine Vision (MVDeep) ในโครงการภาครัฐของไทย

หน่วยงาน: สถาบันไทย-เยอรมัน (TGI)

MVDeep คือเครื่องต้นแบบที่ทดสอบว่ากล้อง เลนส์ และไฟส่องชุดใดเหมาะกับงานตรวจเฉดสีด้วยกล้อง เราออกแบบและสร้างเครื่องนี้ในโครงการสนับสนุนการพัฒนาเครื่องจักรต้นแบบของภาครัฐ ปีงบประมาณ 2562 แขนหุ่นยนต์ 3 ชุดสลับอุปกรณ์รอบชิ้นงาน แล้วเครื่องคำนวณค่า Cpk และออกรายงานชุดอุปกรณ์ 5 อันดับแรก

ภาพประกอบเคส เครื่องต้นแบบทดสอบชุดกล้อง เลนส์ และไฟส่องสำหรับงาน Machine Vision (MVDeep) ในโครงการภาครัฐของไทย
อุตสาหกรรม
ราชการ
ปี
2562–2563
ขอบเขตงาน
ออกแบบ สร้าง และทดสอบเครื่องต้นแบบ MVDeep 1 เครื่อง (โต๊ะ XY Table แขนหุ่นยนต์ 3 ชุด บอร์ด NVIDIA Jetson Xavier ที่ใช้ ROS) ตามเป้าหมายออกรายงาน Cpk ไม่น้อยกว่า 100 รายงานต่อ 8 ชั่วโมง พร้อมรายงานแผนงาน รายงานความก้าวหน้า รายงานฉบับสมบูรณ์ คู่มือการใช้งานและบำรุงรักษา และถ่ายทอดการใช้งานให้บริษัทที่ร่วมโครงการ ภายใต้โครงการสนับสนุนการพัฒนาเครื่องจักรต้นแบบ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562

สรุปสั้น

  • MVDeep คือเครื่องต้นแบบที่เราออกแบบและสร้างในโครงการสนับสนุนการพัฒนาเครื่องจักรต้นแบบของภาครัฐ ปีงบประมาณ 2562 เพื่อทดสอบว่ากล้อง เลนส์ และไฟส่องชุดใดเหมาะกับงานตรวจเฉดสี
  • แขนหุ่นยนต์ 3 ชุดสลับกล้อง ไฟส่อง และเลนส์รอบชิ้นงาน AI แยกกลุ่มเฉดสีจากภาพ แล้วโมดูลสถิติคำนวณค่า Cpk ของแต่ละชุดอุปกรณ์
  • เครื่องออกรายงาน PDF ชุดอุปกรณ์ 5 อันดับที่ได้ค่า Cpk สูงสุด และส่งรายงานขึ้น Cloud ได้
  • รายงานฉบับสมบูรณ์บันทึกว่าเครื่องผ่านเป้าหมายออกรายงาน Cpk ไม่น้อยกว่า 100 รายงานต่อ 8 ชั่วโมง และเรานำเสนองานเพื่อตรวจรับขั้นสุดท้ายในเดือนกรกฎาคม 2563
  • ชุดที่ส่งมอบกำหนดตำแหน่งรางสไลด์และตำแหน่งหยิบจับไว้ล่วงหน้า ยังไม่มีระบบหาตำแหน่งกล้องและไฟให้อัตโนมัติ
01

โจทย์หน้างาน

บริษัทเอกชนไทยที่ร่วมโครงการต้องลองเปลี่ยนกล้อง เลนส์ และไฟส่องทีละชุดในทุกงาน Machine Vision (ระบบตรวจด้วยกล้อง) การทดสอบส่วนใหญ่ใช้เวลามากกว่า 1 วัน บางงานเกิน 1 เดือน และต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญหลายด้าน บริษัทจึงรับงานได้น้อยกว่าที่มีเข้ามา โจทย์แรกที่บริษัทต้องการคืองานตรวจแยกเฉดสี

02

สิ่งที่เราทำ

เราสร้างเครื่อง MVDeep 1 เครื่อง แขนหุ่นยนต์ 3 ชุดจัดกล้อง ไฟส่อง และเลนส์รอบชิ้นงานบนโต๊ะเลื่อนแกน XY ตามตำแหน่งที่ตั้งไว้ AI แยกกลุ่มเฉดสีจากภาพ แล้วโมดูลสถิติคำนวณค่า Cpk (ดัชนีความสามารถของกระบวนการ) ของแต่ละชุดอุปกรณ์ เครื่องออกรายงาน PDF ชุดอุปกรณ์ 5 อันดับแรก และส่งรายงานขึ้นระบบ Cloud ได้

03

ผลลัพธ์

เรานำเสนองานเพื่อตรวจรับขั้นสุดท้ายในเดือนกรกฎาคม 2563 รายงานฉบับสมบูรณ์บันทึกว่าเครื่องผ่านเป้าหมายออกรายงาน Cpk ไม่น้อยกว่า 100 รายงานต่อ 8 ชั่วโมง และส่งรายงานขึ้น Cloud ได้ ชุดที่ส่งมอบยังกำหนดตำแหน่งกล้องและไฟไว้ล่วงหน้า ยังไม่มีระบบหาตำแหน่งให้อัตโนมัติ

ที่มาของโจทย์

โจทย์ของเคสนี้คือการลดเวลาเลือกกล้อง เลนส์ และไฟส่องให้งานตรวจด้วยกล้อง งาน Machine Vision (ระบบตรวจด้วยกล้อง) จะได้ผลดีหรือไม่ ขึ้นกับการเลือกอุปกรณ์ชุดนี้ให้ถูกกับชิ้นงานตั้งแต่ต้น บริษัทเอกชนไทยที่ร่วมโครงการทำขั้นตอนนี้โดยลองเปลี่ยนอุปกรณ์ทีละชุด แล้วตรวจผลด้วยค่าสถิติ

การทดสอบแต่ละงานส่วนใหญ่ใช้เวลามากกว่า 1 วัน บางงานเกิน 1 เดือน และต้องใช้ผู้ที่รู้ทั้งด้านแสง การถ่ายภาพ สถิติอุตสาหกรรม และการประมวลผลภาพ (Image Processing) บริษัทจึงรับงานได้น้อยกว่าที่มีเข้ามา คอขวดอยู่ที่เวลาทดสอบและจำนวนคนที่ทำได้

เราพัฒนาเครื่องนี้ในโครงการสนับสนุนการพัฒนาเครื่องจักรต้นแบบของภาครัฐ ปีงบประมาณ 2562 ชื่อเต็มของโครงการคือ Automated Machine Vision Laboratory By Deep Learning (เครื่องตรวจสอบชิ้นงานอัตโนมัติด้วยกล้องอัจฉริยะระบบการเรียนรู้เชิงลึก) คำว่า Laboratory ในที่นี้หมายถึงเครื่องสำหรับทดลองชุดอุปกรณ์กับชิ้นงานจริง ไม่ใช่ห้องเรียน

ค่า Cpk คืออะไร

Cpk (Process Capability Index — ดัชนีความสามารถของกระบวนการ) บอกว่าผลการวัดอยู่ในช่วงพิกัดที่กำหนดได้สม่ำเสมอแค่ไหน ค่ายิ่งสูงแปลว่าผลนิ่งและอยู่ห่างจากขอบพิกัด ในงานนี้ค่า Cpk ใช้เทียบว่ากล้อง เลนส์ และไฟชุดใดให้ผลการแยกเฉดสีที่นิ่งที่สุด

ข้อกำหนดและข้อจำกัด

เครื่องต้องออกรายงาน Cpk ได้ไม่น้อยกว่า 100 รายงานต่อ 8 ชั่วโมง และสรุปผลทุกชุดอุปกรณ์เป็นค่าสถิติที่เทียบกันได้ ข้อกำหนดและข้อจำกัดอื่นมีดังนี้

  • สร้างเครื่องต้นแบบ 1 เครื่อง ภายใต้โครงการสนับสนุนของภาครัฐ
  • เริ่มจากงานตรวจแยกเฉดสีก่อน ตามโจทย์แรกของบริษัทที่ร่วมโครงการ
  • ตัดสินการเลือกอุปกรณ์ด้วยค่าสถิติ แทนการประมาณจากประสบการณ์ของคน
  • ชิ้นงานต้องวางบนโต๊ะ XY Table ในตู้ ซึ่งมีพื้นที่จำกัด

ทำไมจึงใช้หุ่นยนต์สลับอุปกรณ์ แล้วตัดสินด้วยค่า Cpk

เราให้หุ่นยนต์สลับกล้อง เลนส์ และไฟ แล้วตัดสินด้วยค่า Cpk เพราะคอขวดของโจทย์คือเวลาทดลองอุปกรณ์ทีละชุดและผู้เชี่ยวชาญที่มีน้อย เครื่องที่ทดลองซ้ำได้ตามลำดับเดิม และสรุปทุกชุดด้วยเกณฑ์เดียวกัน ทำให้การเลือกอุปกรณ์อ้างอิงตัวเลขได้

เครื่องแบ่งเป็นตู้ชั้นบนสำหรับทดสอบ และตู้ชั้นล่างสำหรับชุดควบคุมไฟฟ้า บอร์ดประมวลผล NVIDIA Jetson Xavier ใช้ ROS (Robot Operating System — ชุดซอฟต์แวร์ควบคุมหุ่นยนต์) ควบคุมหุ่นยนต์ทั้งระบบ ขั้นตอนการทำงานมีดังนี้

  1. 1

    วางชิ้นงานและกรอกข้อมูล

    ผู้ใช้วางชิ้นงานบนโต๊ะ XY Table ในตู้ชั้นบน แล้วเลือกประเภทการตรวจ กรอกรายละเอียดชิ้นงาน ตำแหน่งกึ่งกลาง และขนาด ผ่านหน้าจอของเครื่อง

  2. 2

    หุ่นยนต์จัดกล้อง เลนส์ และไฟส่อง

    เมื่อกด Start แขนหุ่นยนต์ชุดแรกขับกล้องไปที่กึ่งกลางชิ้นงาน ถ่ายภาพ แล้วเปลี่ยนระยะ อีกสองชุดจับไฟส่องและเปลี่ยนรุ่นเลนส์กับไฟ เพื่อให้ได้ภาพจากหลายชุดอุปกรณ์

  3. 3

    AI แยกเฉดสีและคำนวณค่า Cpk

    AI แยกกลุ่มเฉดสีของชิ้นงานจากภาพ (Clustering คือการจัดกลุ่มข้อมูลที่คล้ายกัน) แล้วโมดูลสถิติคำนวณค่า Cpk ของแต่ละชุดอุปกรณ์

  4. 4

    ออกรายงานและส่งขึ้น Cloud

    เครื่องสรุปชุดอุปกรณ์ 5 อันดับที่ได้ค่า Cpk สูงสุดเป็นรายงาน PDF และส่งรายงานขึ้นระบบ Cloud ได้จากโปรแกรมของเครื่อง

สิ่งที่ส่งมอบ

เราส่งมอบเครื่องต้นแบบ MVDeep 1 เครื่อง พร้อมซอฟต์แวร์ เอกสาร และการถ่ายทอดการใช้งาน รายการหลักมีดังนี้

  • ตู้ทดสอบที่มีโต๊ะ XY Table และแขนหุ่นยนต์ 3 ชุด สำหรับจัดตำแหน่งกล้อง จับไฟส่อง และเปลี่ยนเลนส์กับไฟ
  • ไฟส่องหลายแบบ ได้แก่ ไฟแท่ง (Bar Light) ไฟวงแหวนหลายมุม (Ring Light) และไฟส่องแนวเดียวกับเลนส์ (Coaxial Light)
  • เลนส์ FA (เลนส์งานอุตสาหกรรม) หลายระยะโฟกัส และเลนส์เทเลเซนทริก (Telecentric Lens — เลนส์สำหรับงานวัดที่ลดการเปลี่ยนขนาดภาพตามระยะ)
  • ชุดควบคุมไฟฟ้าในตู้ชั้นล่าง และบอร์ด NVIDIA Jetson Xavier ที่ใช้ ROS
  • ซอฟต์แวร์รับข้อมูลชิ้นงาน แยกกลุ่มเฉดสี คำนวณค่า Cpk ออกรายงาน PDF และส่งรายงานขึ้น Cloud
  • รายงานแผนงาน รายงานความก้าวหน้า รายงานฉบับสมบูรณ์ และคู่มือการใช้งานและบำรุงรักษา

ผลที่ยืนยันได้จากรายงานฉบับสมบูรณ์

รายงานฉบับสมบูรณ์ของโครงการยืนยันผลทดสอบเครื่อง MVDeep 3 ด้าน ได้แก่ ความเร็วในการออกรายงาน การส่งรายงานขึ้น Cloud และความปลอดภัยของตู้ นอกจากผลทดสอบ งานนี้ยังส่งมอบเอกสารและการถ่ายทอดการใช้งานให้บริษัทที่ร่วมโครงการ

  • ความเร็ว: เครื่องผ่านเป้าหมายออกรายงาน Cpk ไม่น้อยกว่า 100 รายงานต่อ 8 ชั่วโมง
  • การส่งรายงาน: โปรแกรมของเครื่องส่งรายงานขึ้นระบบ Cloud ได้
  • ความปลอดภัย: เครื่องมีเซนเซอร์ความปลอดภัย (Safety Sensor) และหยุดทำงานเมื่อเปิดฝาตู้
  • เอกสาร: รายงานแผนงาน รายงานความก้าวหน้า รายงานฉบับสมบูรณ์ และคู่มือการใช้งานและบำรุงรักษา
  • การถ่ายทอด: เราถ่ายทอดการใช้งานเครื่องให้บริษัทที่ร่วมโครงการ

ข้อจำกัดของชุดที่ส่งมอบ

ชุดที่ส่งมอบทำงานตามตำแหน่งที่ตั้งไว้ล่วงหน้า การหาตำแหน่งกล้องและไฟให้อัตโนมัติยังไม่อยู่ในชุดนี้ ถ้างานของคุณต้องใช้ความสามารถนี้ ต้องวางแผนพัฒนาและทดสอบเป็นงานแยก

สิ่งที่เราเรียนรู้

งานนี้ให้หลักการ 3 ข้อสำหรับงานเลือกอุปกรณ์ให้ระบบตรวจด้วยกล้อง

  • เลือกอุปกรณ์ด้วยเกณฑ์สถิติเดียวกันทุกชุด แทนการตัดสินจากการดูภาพหรือประสบการณ์ของคน ค่า Cpk ทำให้เทียบกล้อง เลนส์ และไฟหลายชุดบนฐานเดียวกันได้
  • เริ่มจากโจทย์ตรวจเดียวที่ชัดเจน งานนี้เริ่มจากการแยกเฉดสี ทำให้กำหนดวิธีวัดผลได้ชัดก่อนขยายไปงานตรวจแบบอื่น
  • แยกส่วนที่ทำซ้ำได้ออกจากส่วนที่ต้องค้นหา ตำแหน่งที่กำหนดไว้ล่วงหน้าทำให้เครื่องทดสอบซ้ำได้ตามลำดับเดิม ส่วนการหาตำแหน่งกล้องและไฟให้อัตโนมัติเป็นงานอีกชั้นหนึ่งที่ต้องพัฒนาและทดสอบแยก

นำแนวทางนี้ไปใช้กับงานของคุณได้อย่างไร

ถ้าคุณต้องเลือกกล้อง เลนส์ และไฟส่องให้งานตรวจด้วยกล้องหลายงาน คุณใช้แนวทางเดียวกับเคสนี้ได้ คือทดลองหลายชุดอุปกรณ์ตามลำดับเดิม แล้วเทียบผลด้วยค่า Cpk ส่วนที่ต้องปรับคือเกณฑ์ตรวจ ขนาดชิ้นงาน และวิธีจัดตำแหน่ง เมื่องานของคุณต่างจากการแยกเฉดสี

ส่วนที่ใช้ซ้ำได้ และส่วนที่ต้องปรับ

ส่วนของระบบใช้ซ้ำได้ต้องปรับเมื่อ
วิธีเลือกอุปกรณ์ทดลองหลายชุดตามลำดับเดิม แล้วเทียบด้วยค่า Cpkงานของคุณใช้เกณฑ์อื่นที่ไม่ใช่การแยกเฉดสี ต้องกำหนดค่าที่วัดและช่วงพิกัดใหม่
การจัดกล้อง เลนส์ และไฟแขนหุ่นยนต์ที่สลับอุปกรณ์ตามตำแหน่งที่ตั้งไว้ชิ้นงานมีหลายแบบหรือหลายขนาด ต้องวางแผนตำแหน่งให้แต่ละงาน
การวิเคราะห์ภาพการแยกกลุ่มเฉดสีจากภาพโจทย์เป็นการหาตำหนิหรือวัดขนาด ต้องพัฒนาและทดสอบวิธีวิเคราะห์ภาพใหม่
รายงานรายงาน PDF ชุดอุปกรณ์ 5 อันดับแรก และการส่งขึ้น Cloudทีมของคุณต้องการรูปแบบรายงานหรือระบบปลายทางอื่น
พื้นที่ติดตั้งตู้ทดสอบที่รวมหุ่นยนต์ กล้อง และชุดควบคุมไว้ในเครื่องเดียวชิ้นงานใหญ่เกินโต๊ะ XY Table ในตู้ ต้องใช้วิธีอื่น
  • เครื่องลักษณะนี้ใช้ทดสอบหาชุดอุปกรณ์ ไม่ใช่เครื่องตรวจชิ้นงานในไลน์ผลิต หลังได้ชุดอุปกรณ์แล้วยังต้องออกแบบระบบตรวจหน้างานแยกต่างหาก
  • เตรียมไฟฟ้า ระบบลมอัด และพื้นที่สำหรับเปิดตู้บำรุงรักษา
  • แขนหุ่นยนต์มีมอเตอร์หลายตัว ควรมีมอเตอร์สำรองและตรวจระบบไฟฟ้าตามรอบในคู่มือ (ปกติปีละ 1 ครั้ง)

เทคโนโลยีที่ใช้

MVDeepMachine VisionDeep LearningAI แยกกลุ่มเฉดสี (Clustering)แขนหุ่นยนต์ + XY TableROS (Robot Operating System)NVIDIA Jetson XavierProcess Capability Index (Cpk)รายงาน PDF + Cloud

คำถามที่พบบ่อย

MVDeep ใช้ตรวจชิ้นงานในไลน์ผลิตได้หรือไม่

ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อใช้ในไลน์ผลิต MVDeep เป็นเครื่องต้นแบบสำหรับทดสอบว่ากล้อง เลนส์ และไฟส่องชุดใดเหมาะกับชิ้นงาน แล้วสรุปค่า Cpk เป็นรายงาน หลังได้ชุดอุปกรณ์แล้ว ระบบตรวจหน้างานต้องออกแบบแยกต่างหาก

เครื่องหาตำแหน่งกล้องและไฟให้เองได้หรือไม่

ชุดที่ส่งมอบยังไม่ได้ ตำแหน่งรางสไลด์และตำแหน่งหยิบจับเครื่องมือถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า หุ่นยนต์ขยับกล้องไปที่กึ่งกลางชิ้นงานตามข้อมูลที่ผู้ใช้กรอก แล้วสลับเลนส์และไฟตามลำดับที่ตั้งไว้

เครื่องนี้ใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง

โต๊ะ XY Table แขนหุ่นยนต์ 3 ชุด กล้อง Machine Vision ไฟส่องหลายแบบ (Bar Light, Ring Light, Coaxial Light) เลนส์ FA หลายระยะโฟกัสกับเลนส์เทเลเซนทริก และบอร์ดประมวลผล NVIDIA Jetson Xavier ที่ใช้ ROS ควบคุมหุ่นยนต์

MVDeep เป็นห้องแล็บสำหรับฝึกอบรมหรือไม่

ไม่ใช่ คำว่า Laboratory ในชื่อโครงการหมายถึงเครื่องสำหรับทดลองชุดกล้อง เลนส์ และไฟส่องกับชิ้นงานจริง ขอบเขตงานมีการถ่ายทอดการใช้งานให้บริษัทที่ร่วมโครงการ แต่เครื่องไม่ได้สร้างเพื่อใช้สอน

ต้องการเครื่องทดสอบหรือระบบตรวจด้วยกล้องสำหรับโรงงาน ราคาเท่าไร

ไม่มีราคามาตรฐาน ราคาขึ้นกับชิ้นงาน เกณฑ์ตรวจ และขอบเขตงาน ส่งตัวอย่างชิ้นงานและโจทย์มาให้เราเพื่อขอใบเสนอราคาได้

อยากได้ระบบแบบนี้ในงานของคุณ?