ระบบต้นแบบขึ้นทะเบียนและติดตามซากเครื่องใช้ไฟฟ้า (E-Waste) สำหรับหน่วยงานภาครัฐในไทย
หน่วยงาน: สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (EEI)
ระบบ Smart Electronics คือระบบต้นแบบบนเว็บที่เราพัฒนาให้สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ใช้ขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์และซากเครื่องใช้ไฟฟ้า ยืนยันการส่งต่อซากด้วย QR Code และรายงานผลการถอดแยก ระบบมี 8 ส่วนงาน รองรับผู้เกี่ยวข้อง 6 กลุ่ม และส่งมอบพร้อมอบรมผู้ใช้ในปี 2564

- อุตสาหกรรม
- ราชการ
- ปี
- 2564
- ขอบเขตงาน
- ออกแบบ พัฒนา ติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์คลาวด์ และทดสอบระบบต้นแบบ 8 ส่วนงานสำหรับผู้เกี่ยวข้อง 6 กลุ่ม พร้อมรายงานฉบับสมบูรณ์ คู่มือการใช้งาน การอบรมตัวแทนผู้ใช้ในพื้นที่ และการอบรมออนไลน์ 2 รุ่น
สรุปสั้น
- ระบบ Smart Electronics คือระบบต้นแบบบนเว็บที่เราพัฒนาให้สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ใช้ติดตามซากเครื่องใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ผู้ผลิตจนถึงโรงถอดแยก รองรับผู้เกี่ยวข้อง 6 กลุ่มในระบบเดียว
- ระบบมี 8 ส่วนงาน ตั้งแต่ลงทะเบียนผู้ใช้ ขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์และซาก ยืนยันการส่งต่อซากด้วยการสแกน QR Code ไปจนถึงรายงานผลการถอดแยกและแดชบอร์ดขององค์กรกลาง
- ระบบรองรับแนวปฏิบัติ (ฉบับร่าง) ที่เสนอให้มีองค์กรกลาง (Clearing House) บริหารระบบและข้อมูล ในช่วงที่ พ.ร.บ. การจัดการซากฯ ยังเป็นฉบับร่าง
- เราส่งมอบระบบบนเซิร์ฟเวอร์คลาวด์และส่งรายงานฉบับสมบูรณ์ในปี 2564 พร้อมอบรมตัวแทนผู้ใช้ในพื้นที่และออนไลน์อีก 2 รุ่น งานผ่านการตรวจรับ และสถาบันออกหนังสือรับรองผลงานให้เรา
โจทย์หน้างาน
ในปี 2564 ระบบจัดการซากเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ที่มีอยู่ยังไม่ครอบคลุมการเรียกคืนซาก และการติดตามว่าซากแต่ละชิ้นไปอยู่ที่ใด สถาบันจึงต้องการระบบต้นแบบที่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายส่งข้อมูลเข้าที่เดียวกัน ตามแนวปฏิบัติ (ฉบับร่าง) ที่เสนอให้มีองค์กรกลาง (Clearing House) บริหารระบบและข้อมูล
สิ่งที่เราทำ
เราพัฒนาเว็บแอปพลิเคชัน 8 ส่วนงานบนเซิร์ฟเวอร์คลาวด์ ผู้เกี่ยวข้อง 6 กลุ่มใช้ระบบเดียวกันแต่เห็นเฉพาะงานของตน ระบบรับการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์และซาก ยืนยันการส่งต่อซากด้วยการสแกน QR Code รับรายงานผลการถอดแยก และให้องค์กรกลางติดตามภาพรวมจากแดชบอร์ด
ผลลัพธ์
เราส่งมอบระบบบนเซิร์ฟเวอร์คลาวด์ และส่งรายงานฉบับสมบูรณ์ในเดือนพฤศจิกายน 2564 พร้อมอบรมตัวแทนผู้ใช้ในพื้นที่และออนไลน์อีก 2 รุ่น งานผ่านการตรวจรับ และสถาบันออกหนังสือรับรองผลงานให้เรา
ที่มาของโจทย์
โจทย์ของเคสนี้คือการติดตามซากเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ได้ตลอดเส้นทาง ตั้งแต่ผู้ผลิตจนถึงโรงถอดแยก ซาก E-Waste ในประเทศเพิ่มขึ้นทุกปี แต่ระบบจัดการที่มีอยู่ยังไม่ครอบคลุมการเรียกคืนซากและการติดตามว่าซากแต่ละชิ้นไปอยู่ที่ใด ถ้าแต่ละฝ่ายเก็บข้อมูลแยกกัน หน่วยงานที่กำกับดูแลจะตอบได้ยากว่าซากแต่ละชิ้นมาจากไหน ไปที่ใด และถูกถอดแยกแล้วหรือยัง
ในปี 2564 ที่ทำโครงการ พ.ร.บ. การจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าฯ ยังเป็นฉบับร่าง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นชอบร่วมกันในแนวปฏิบัติ (ฉบับร่าง) ที่เสนอให้มีองค์กรกลาง (Clearing House คือหน่วยงานกลางที่บริหารจัดการระบบและข้อมูล) สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จึงต้องการระบบต้นแบบที่รองรับแนวปฏิบัตินี้ ตามเป้าหมายของโครงการ ข้อมูลที่ระบบรวบรวมไว้ใช้ประกอบการกำหนดนโยบายหรือมาตรการได้
WEEE Manifest คืออะไร
WEEE (Waste Electrical and Electronic Equipment) คือซากเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ส่วน Manifest คือบันทึกเส้นทางของซากตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ระบบในเคสนี้ทำหน้าที่คล้ายบันทึกเส้นทางแบบดิจิทัลที่ทุกฝ่ายส่งข้อมูลเข้าที่เดียวกัน ในเอกสารโครงการ ระบบนี้ใช้ชื่อว่าระบบ Smart Electronics สำหรับบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์
ข้อกำหนดและข้อจำกัด
ระบบต้องให้ทุกฝ่ายในเส้นทางของซากใช้งานร่วมกันได้ และต้องรองรับแนวปฏิบัติที่ยังเป็นฉบับร่าง ข้อกำหนดและข้อจำกัดหลักมีดังนี้
- รองรับผู้เกี่ยวข้อง 6 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า ผู้จัดจำหน่าย ศูนย์รวบรวมซาก ผู้ขนส่ง โรงถอดแยก และองค์กรกลาง
- ผู้ใช้ทุกกลุ่มเข้าระบบเดียวกันแต่เห็นเฉพาะงานของตน ส่วนองค์กรกลางเข้าผ่านหน้าผู้ดูแลระบบ
- ขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ได้หลายประเภท เช่น เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์
- บันทึกการส่งต่อซากทุกทอด ตั้งแต่ศูนย์รวบรวม ผู้ขนส่ง จนถึงโรงถอดแยก
- เป็นระบบต้นแบบที่รองรับแนวปฏิบัติ (ฉบับร่าง) ขณะที่ พ.ร.บ. ยังเป็นฉบับร่าง
- ส่งมอบบนเซิร์ฟเวอร์คลาวด์ และทดสอบตามหัวข้อที่อ้างอิงจากความต้องการของผู้ใช้ (User Requirement)
ระบบติดตามซากจากผู้ผลิตถึงโรงถอดแยกได้อย่างไร
ระบบติดตามซากโดยให้ทุกฝ่ายบันทึกข้อมูลในระบบเดียว และให้ฝ่ายที่รับซากสแกน QR Code ทุกครั้งที่ซากส่งต่อจากศูนย์รวบรวมไปจนถึงโรงถอดแยก ศูนย์รวบรวมแสดง QR Code ให้ผู้ขนส่งสแกนตอนรับซาก และผู้ขนส่งแสดง QR Code ให้โรงถอดแยกสแกนตอนส่งซาก ศูนย์รวบรวมจึงติดตามสถานะของคำสั่งจัดส่งแต่ละรายการได้จากระบบ
การยืนยันที่จุดส่งต่อทำให้ระบบรู้ว่าซากแต่ละรายการอยู่กับฝ่ายใด ผู้ใช้ยืนยันการรับส่งที่หน้างานด้วยการสแกน QR Code ส่วนการแยกสิทธิ์ตามกลุ่มผู้ใช้ทำให้ทุกฝ่ายใช้ระบบเดียวกันได้ ขั้นตอนในระบบมีดังนี้
- 1
ลงทะเบียนผู้ใช้
ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้จัดจำหน่าย ศูนย์รวบรวมซาก ผู้ขนส่ง และโรงถอดแยก ลงทะเบียนเข้าระบบตามประเภทของตน
- 2
ขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์
ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าบันทึกข้อมูลผลิตภัณฑ์ ส่วนผู้จัดจำหน่ายอัปเดตสถานะผลิตภัณฑ์
- 3
ขึ้นทะเบียนซากและจัดการคลัง
ศูนย์รวบรวมซากบันทึกซากที่รับเข้า ตรวจสภาพ จัดเก็บในคลัง และสร้างคำสั่งจัดส่งไปยังโรงถอดแยก
- 4
ส่งต่อซากด้วย QR Code
ผู้ขนส่งสแกน QR Code ของศูนย์รวบรวมตอนรับซาก และโรงถอดแยกสแกน QR Code ของผู้ขนส่งตอนรับซาก
- 5
ตรวจรับและรายงานผลการถอดแยก
โรงถอดแยกตรวจรับซาก ตรวจสภาพ แล้วรายงานผลการถอดแยกกลับเข้าระบบ
- 6
ตรวจสอบและติดตามผล
องค์กรกลางดูภาพรวม ผลิตภัณฑ์ใหม่ ซากผลิตภัณฑ์ อายุการใช้งาน และผลการถอดแยกจากแดชบอร์ด
เอกสารออกแบบระบบกำหนดโครงสร้างไว้ดังนี้ มี Firewall (ด่านกรองข้อมูลที่ผ่านเข้าออกเครือข่าย) แยกเครื่องฝั่งหน้าเว็บและฝั่งหลังบ้าน และกำหนดให้มี Load Balancer (ตัวกระจายงานไปยังเครื่องหลายเครื่อง เพื่อลดเวลาที่ระบบหยุดให้บริการ) ข้อมูลแต่ละขั้นออกแบบให้ส่งเข้าฐานข้อมูลกลางผ่าน API Gateway (ช่องทางกลางที่รับส่งข้อมูลระหว่างหน้าจอผู้ใช้กับฐานข้อมูล) และมีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลกับฐานข้อมูลที่วางแผนการสำรองข้อมูลไว้
สิ่งที่ส่งมอบ
เราส่งมอบระบบต้นแบบ 8 ส่วนงานบนเซิร์ฟเวอร์คลาวด์ พร้อมรายงานฉบับสมบูรณ์ คู่มือการใช้งาน และการอบรมตัวแทนผู้ใช้ ส่วนงานของระบบครอบคลุมงานหลักต่อไปนี้
- ลงทะเบียนผู้ใช้ตามประเภทผู้เกี่ยวข้อง
- ขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์โดยผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า และอัปเดตสถานะผลิตภัณฑ์โดยผู้จัดจำหน่าย
- ขึ้นทะเบียนซากและจัดการคลังซากที่ศูนย์รวบรวม
- จัดการขนส่งด้วยการสแกน QR Code
- ตรวจรับซากและรายงานผลการถอดแยกที่โรงถอดแยก
- แดชบอร์ดตรวจสอบและติดตามผลสำหรับองค์กรกลาง
ทดสอบและอบรมผู้ใช้อย่างไร
เราทดสอบระบบตามหัวข้อที่อ้างอิงจากความต้องการของผู้ใช้ (User Requirement) แล้วร่วมกับสถาบันอบรมตัวแทนผู้ใช้ทั้งในพื้นที่และออนไลน์ การอบรมในพื้นที่จัดให้เทศบาลเมืองแสนสุข จังหวัดชลบุรี และผู้ใช้จากภาคเอกชน ส่วนการอบรมออนไลน์จัดอีก 2 รุ่น
เตรียมอบรมได้ทั้งในพื้นที่และออนไลน์
ในเคสนี้การเข้าไปติดตั้งและอบรมในพื้นที่ต้องเลื่อนตามสถานการณ์ การเตรียมทั้งอบรมในพื้นที่และอบรมออนไลน์ช่วยให้อบรมตัวแทนผู้ใช้ต่อได้ แม้เข้าพื้นที่ไม่ได้ตามกำหนด
ผลที่ยืนยันได้
งานนี้ผ่านการตรวจรับ และสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ออกหนังสือรับรองผลงานให้เรา เราส่งมอบระบบบนเซิร์ฟเวอร์คลาวด์และส่งรายงานฉบับสมบูรณ์ในเดือนพฤศจิกายน 2564 ตัวแทนผู้ใช้ได้รับการอบรมทั้งในพื้นที่และออนไลน์อีก 2 รุ่น
เคสนี้ไม่มีตัวเลขวัดผลหลังการใช้งาน เช่น จำนวนซากที่ติดตามได้ เราจึงรายงานเฉพาะผลที่มีเอกสารยืนยัน คือการส่งมอบ การอบรม การตรวจรับ และหนังสือรับรองผลงาน
สิ่งที่เราเรียนรู้
งานนี้ให้หลักการสำหรับระบบที่ติดตามของที่ส่งต่อกันหลายทอดดังนี้
- กำหนดบทบาทของผู้ใช้แต่ละกลุ่มก่อนออกแบบหน้าจอ เมื่อผู้ใช้หลายกลุ่มใช้ระบบเดียวกัน ระบบต้องรู้ว่าแต่ละกลุ่มบันทึกอะไรและเห็นอะไร ในงานนี้ผู้ใช้ 6 กลุ่มใช้ระบบเดียวกัน ทุกกลุ่มยกเว้นองค์กรกลางเข้าจากหน้าเดียวกันและเห็นเฉพาะงานของตน ส่วนองค์กรกลางเข้าผ่านหน้าผู้ดูแลระบบ
- การติดตามที่เชื่อได้ต้องบันทึกที่จุดส่งต่อทุกจุด และให้ฝ่ายรับเป็นผู้ยืนยัน ในงานนี้การส่งต่อซากจากศูนย์รวบรวมถึงโรงถอดแยกแต่ละทอดยืนยันด้วยการสแกน QR Code ศูนย์รวบรวมจึงเห็นสถานะของคำสั่งจัดส่งแต่ละรายการ
- เมื่อกติกายังเป็นฉบับร่าง ให้ระบบต้นแบบอิงแนวปฏิบัติที่ผู้เกี่ยวข้องเห็นชอบร่วมกัน และกำหนดหัวข้อทดสอบจากความต้องการของผู้ใช้ เกณฑ์ตรวจรับจึงชัดเจนแม้กฎหมายยังเป็นฉบับร่าง
นำแนวทางนี้ไปใช้กับงานติดตามของคุณได้อย่างไร
ถ้างานของคุณต้องติดตามสินค้าหรือของเสียที่ส่งต่อกันหลายทอด คุณใช้แนวทางเดียวกับเคสนี้ได้ คือให้ทุกฝ่ายบันทึกในระบบเดียว แยกสิทธิ์ตามบทบาท และยืนยันการส่งต่อด้วยการสแกน QR Code ส่วนที่ต้องปรับคือข้อมูลที่ต้องบันทึกและขั้นตอนของแต่ละฝ่าย เมื่อกติกาหรือผู้เกี่ยวข้องในงานของคุณต่างจากเคสนี้
ส่วนที่ใช้ซ้ำได้ และส่วนที่ต้องปรับ
| ส่วนของระบบ | ใช้ซ้ำได้ | ต้องปรับเมื่อ |
|---|---|---|
| ผู้ใช้และสิทธิ์ | ผู้ใช้เข้าจากหน้าเดียวกันและเห็นเฉพาะงานของตน ส่วนผู้ดูแลภาพรวมเข้าผ่านหน้าผู้ดูแลระบบ | กลุ่มผู้ใช้ในงานของคุณต่างจากเคสนี้ ต้องกำหนดบทบาทและสิทธิ์ใหม่ |
| การขึ้นทะเบียน | ขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์และซากตามประเภท | ของที่ติดตามไม่ใช่เครื่องใช้ไฟฟ้า ต้องกำหนดข้อมูลที่ต้องบันทึกใหม่ |
| การส่งต่อ | ยืนยันการรับส่งด้วยการสแกน QR Code | จุดส่งต่อหรือลำดับการขนส่งต่างจากเคสนี้ ต้องออกแบบขั้นตอนสแกนใหม่ |
| การรายงานจากปลายทาง | ปลายทางรายงานผลกลับเข้าระบบ | ปลายทางไม่ใช่โรงถอดแยก ต้องกำหนดรูปแบบรายงานใหม่ |
| การติดตามภาพรวม | แดชบอร์ดสำหรับองค์กรกลาง | หน่วยงานของคุณต้องดูข้อมูลภาพรวมต่างจากเคสนี้ |
- ตกลงขั้นตอนงานและข้อมูลที่แต่ละกลุ่มผู้ใช้ต้องบันทึกให้ชัดก่อนออกแบบหน้าจอ
- เตรียมตัวแทนผู้ใช้จริงจากแต่ละกลุ่มไว้ร่วมทดสอบและรับการอบรม
- กำหนดหัวข้อทดสอบและเกณฑ์ตรวจรับร่วมกันตั้งแต่ต้นโครงการ
- วางแผนว่าใครจะดูแลเซิร์ฟเวอร์ ความปลอดภัย และการสำรองข้อมูลหลังส่งมอบ
ภาพระบบและการทำงาน
เทคโนโลยีที่ใช้
คำถามที่พบบ่อย
ระบบนี้รองรับผู้ใช้กลุ่มไหนบ้าง
รองรับผู้เกี่ยวข้อง 6 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า ผู้จัดจำหน่าย ศูนย์รวบรวมซาก ผู้ขนส่ง โรงถอดแยก และองค์กรกลาง ห้ากลุ่มแรกเข้าระบบจากหน้าเดียวกันแล้วเห็นเฉพาะงานของตน ส่วนองค์กรกลางเข้าผ่านหน้าผู้ดูแลระบบ
ติดตามการขนส่งซากอย่างไร
ใช้ QR Code ยืนยันตอนส่งต่อซาก ศูนย์รวบรวมแสดง QR Code ให้ผู้ขนส่งสแกนตอนรับซาก และผู้ขนส่งแสดง QR Code ให้โรงถอดแยกสแกนตอนส่งซาก ศูนย์รวบรวมจึงติดตามสถานะของคำสั่งจัดส่งแต่ละรายการได้จากระบบ
ต้องรอให้กฎหมายประกาศใช้ก่อนเริ่มทำระบบหรือไม่
ในเคสนี้ไม่ได้รอ ระบบต้นแบบพัฒนาตามแนวปฏิบัติ (ฉบับร่าง) ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นชอบร่วมกัน ขณะที่ พ.ร.บ. การจัดการซากฯ ยังเป็นฉบับร่าง ถ้างานของคุณอยู่ในสถานการณ์คล้ายกัน ควรตกลงแนวปฏิบัติที่ใช้อ้างอิงให้ชัดก่อนเริ่มออกแบบ
โครงการนี้ส่งมอบอะไรบ้าง
ส่งมอบระบบที่ติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์คลาวด์ รายงานฉบับสมบูรณ์ คู่มือการใช้งาน และการอบรมตัวแทนผู้ใช้ทั้งในพื้นที่และออนไลน์ งานผ่านการตรวจรับ และสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ออกหนังสือรับรองผลงานให้เรา
นำแนวคิดนี้ไปใช้กับการติดตามของเสียหรือสินค้าประเภทอื่นได้ไหม
ใช้แนวทางเดียวกันได้ ถ้าของนั้นส่งต่อกันหลายทอดและแต่ละจุดส่งต่อสแกน QR Code ได้ แต่ต้องกำหนดผู้ใช้ ข้อมูลที่ต้องบันทึก และขั้นตอนของงานคุณใหม่ เราต้องคุยรายละเอียดกระบวนการก่อนจึงจะประเมินได้ ราคาเป็นแบบขอใบเสนอราคา





