ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ต้นแบบ · ทดสอบกับชิ้นงานจริง

ตัวอ่านค่าเกจวัดดิจิทัล Mitutoyo ส่งเข้าคอมพิวเตอร์ผ่าน Wi-Fi และ USB สำหรับงานตรวจวัดคุณภาพ (งานวิจัยภายใน)

ตัวอ่านค่านี้รับค่าจากเกจวัดดิจิทัล Mitutoyo แล้วส่งเข้าคอมพิวเตอร์โดยไม่ต้องพิมพ์ค่าเอง เราสร้างต้นแบบ 2 แนวทางในงานวิจัยและพัฒนาภายในช่วงปี 2558–2561 คือตัวอ่านค่าแบบ Wi-Fi และบอร์ด USB ที่คอมพิวเตอร์มองเห็นเป็นคีย์บอร์ด ช่วงเวลาของงานตรงกับเอกสาร InGauge USB 2.0 ปี 2560

ภาพประกอบแนวคิด: ต้นแบบเครื่องอ่านค่าเกจ Mitutoyo 3 เจเนอเรชัน จุดเริ่มต้นของผลิตภัณฑ์ InGaugeขยายภาพ
ภาพประกอบแนวคิดที่สร้างด้วย AI เพื่ออธิบายงานในเคสนี้
อุตสาหกรรม
บริการ
ปี
2558–2561
ขอบเขตงาน
ต้นแบบ 2 แนวทาง: (1) ตัวอ่านค่าแบบ Wi-Fi บนบอร์ด NodeMCU พร้อมฟุตสวิตช์ หน้าเว็บตั้งค่า และโปรแกรม Gauge Reader (Python) บนคอมพิวเตอร์ (2) บอร์ด USB ชิป ATmega32U4 เฟิร์มแวร์รุ่น v3 แบบ Arduino 3 โหมด คือส่งค่าเมื่อคอมพิวเตอร์ร้องขอ ส่งค่าทันทีที่อ่านได้ (สูงสุด 4 ช่องในโหมดพอร์ตอนุกรม) และโหมดคีย์บอร์ด USB HID · งานวิจัยและพัฒนาภายในของเรา

สรุปสั้น

  • ต้นแบบจากงานวิจัยและพัฒนาภายในของเราปี 2558–2561 รับค่าจากพอร์ต Digimatic ของเกจวัดดิจิทัล Mitutoyo แล้วส่งเข้าคอมพิวเตอร์ แทนการอ่านตัวเลขบนเกจแล้วพิมพ์เองทีละค่า
  • เราสร้าง 2 แนวทาง คือตัวอ่านค่าแบบ Wi-Fi บนบอร์ด NodeMCU ที่ส่งค่าเมื่อเหยียบฟุตสวิตช์ และบอร์ด USB ชิป ATmega32U4 ที่ใช้เฟิร์มแวร์รุ่น v3
  • เฟิร์มแวร์รุ่น v3 มี 3 โหมด รองรับเกจสูงสุด 4 ช่องในโหมดพอร์ตอนุกรม และมีโหมดคีย์บอร์ด (USB HID) ที่พิมพ์ค่าลงโปรแกรมพร้อม Enter โดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่ม
  • รุ่นที่บริษัทจำหน่ายและให้เช่าในปัจจุบันคือ InGauge USB V2.1 จากโครงการ ITAP ปี 2563–2564 ซึ่งออกแบบวงจรใหม่และผ่านการทดสอบ CE/FCC
01

โจทย์หน้างาน

งานตรวจวัดที่ยังบันทึกผลด้วยมือ ต้องอ่านตัวเลขบนหน้าจอเกจแล้วพิมพ์ลงโปรแกรมเองทีละค่า ตัวอ่านค่านี้รับค่าจากพอร์ต Digimatic (พอร์ตส่งข้อมูลของเกจ Mitutoyo) แล้วส่งเข้าคอมพิวเตอร์โดยตรง

02

สิ่งที่เราทำ

เราทดลอง 2 แนวทาง แนวทางแรกเป็นตัวอ่านค่าแบบ Wi-Fi บนบอร์ด NodeMCU ที่ส่งค่าไปยังโปรแกรม Gauge Reader บนคอมพิวเตอร์เมื่อเหยียบฟุตสวิตช์ (Foot Switch — สวิตช์เหยียบสั่งส่งค่า) แนวทางที่สองเป็นบอร์ด USB ชิป ATmega32U4 ที่ใช้เฟิร์มแวร์รุ่น v3 ซึ่งมีโหมดคีย์บอร์ด (USB HID) พิมพ์ค่าจากเกจลงโปรแกรมพร้อม Enter เมื่อกดปุ่ม

03

ผลทดสอบกับชิ้นงานจริง

สิ่งที่เราสร้างและมีหลักฐานคือเฟิร์มแวร์รุ่น v3 ที่มี 3 โหมด โค้ดรุ่นโหมดคีย์บอร์ด และตัวอ่านแบบ Wi-Fi พร้อมคู่มือ เอกสารไม่ได้บันทึกตัวเลขความเร็วหรือความถูกต้องของการส่งค่า ต่อมาโครงการ ITAP ปี 2563–2564 ออกแบบวงจรใหม่จนได้ InGauge USB V2.1 ที่ผ่านการทดสอบ CE/FCC และเป็นรุ่นที่บริษัทจำหน่ายและให้เช่าในปัจจุบัน

ที่มาของโจทย์

ตัวอ่านค่านี้ส่งค่าจากเกจวัดดิจิทัลเข้าคอมพิวเตอร์โดยตรง แทนการอ่านตัวเลขบนหน้าจอเกจแล้วพิมพ์ลงโปรแกรมเองทีละค่า เกจวัดดิจิทัลแสดงผลเป็นตัวเลขอยู่แล้ว แต่ถ้ายังต้องพิมพ์ซ้ำ งานบันทึกผลก็ยังช้าและพิมพ์ผิดได้

เกจวัดดิจิทัล Mitutoyo หลายรุ่น เช่น เวอร์เนียร์และไมโครมิเตอร์ มีพอร์ต Digimatic สำหรับส่งข้อมูลอยู่แล้ว ต้นแบบนี้จึงเริ่มจากการรับค่าที่พอร์ตนั้น งานนี้เป็นงานวิจัยและพัฒนาภายในของเราช่วงปี 2558–2561

ข้อกำหนดและข้อจำกัด

เอกสารของต้นแบบไม่ได้บันทึกข้อกำหนดเป็นรายการแยก ข้อกำหนดด้านล่างสรุปจากสิ่งที่โค้ดและคู่มือของต้นแบบทำได้จริง

  • อ่านค่าจากเกจผ่านขาสัญญาณของพอร์ต Digimatic ได้แก่ ขานาฬิกา (CLK) ขาข้อมูล (DAT) และขาร้องขอค่า (REQ)
  • ส่งค่าเข้าโปรแกรมที่เปิดอยู่บนคอมพิวเตอร์พร้อม Enter เพื่อให้ช่องถัดไปพร้อมรับค่า
  • ในแบบ Wi-Fi และโหมดคีย์บอร์ด ผู้วัดเป็นคนสั่งส่งค่าเอง ด้วยการเหยียบฟุตสวิตช์หรือกดปุ่ม
  • ข้อจำกัด: โหมดที่ส่งค่าผ่านพอร์ตอนุกรม (Serial) ต้องมีโปรแกรมฝั่งคอมพิวเตอร์คอยรับค่า และโหมดคีย์บอร์ดรับค่าจากเกจได้ทีละตัว

ส่งค่าผ่าน Wi-Fi กับ USB ต่างกันอย่างไร

แบบ Wi-Fi ต้องติดตั้งและเปิดโปรแกรม Gauge Reader บนคอมพิวเตอร์ไว้รับค่า ส่วนบอร์ด USB ในโหมดคีย์บอร์ดไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่ม เพราะคอมพิวเตอร์มองเห็นบอร์ดเป็นคีย์บอร์ดตัวหนึ่ง ทั้งแบบ Wi-Fi และโหมดคีย์บอร์ดพิมพ์ค่าลงโปรแกรมที่เปิดอยู่พร้อม Enter เมื่อผู้วัดสั่งส่งค่า

เปรียบเทียบ 2 แนวทางของต้นแบบ

หัวข้อแบบ Wi-Fiแบบบอร์ด USB (เฟิร์มแวร์รุ่น v3)
บอร์ดที่ใช้NodeMCUชิป ATmega32U4 เขียนเฟิร์มแวร์แบบ Arduino
วิธีสั่งส่งค่าเหยียบฟุตสวิตช์กดปุ่มในโหมดคีย์บอร์ด · คอมพิวเตอร์ร้องขอ หรือส่งทันทีที่อ่านได้ ในโหมดพอร์ตอนุกรม
โปรแกรมฝั่งคอมพิวเตอร์ต้องเปิดโปรแกรม Gauge Reader (Python)โหมดคีย์บอร์ดไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่ม
การตั้งค่าตั้งชื่อและรหัส Wi-Fi และที่อยู่คอมพิวเตอร์ปลายทางผ่านหน้าเว็บของตัวอ่านเสียบสาย USB เข้าคอมพิวเตอร์
จำนวนเกจเอกสารไม่ได้ระบุสูงสุด 4 ช่องในโหมดพอร์ตอนุกรม · ทีละตัวในโหมดคีย์บอร์ด

บอร์ด USB ในโหมดคีย์บอร์ดทำงานอย่างไร

  1. 1

    ต่อเกจเข้ากับบอร์ด

    ต่อสายจากพอร์ต Digimatic ของเกจวัดเข้าบอร์ดชิป ATmega32U4 แล้วเสียบบอร์ดเข้าพอร์ต USB ของคอมพิวเตอร์

  2. 2

    คอมพิวเตอร์มองเห็นบอร์ดเป็นคีย์บอร์ด

    เฟิร์มแวร์ในโหมดคีย์บอร์ด (USB HID) ทำให้คอมพิวเตอร์รู้จักบอร์ดเป็นคีย์บอร์ดตัวหนึ่ง

  3. 3

    กดปุ่มเพื่อส่งค่า

    เมื่อผู้วัดกดปุ่ม บอร์ดพิมพ์ค่าจากเกจลงช่องที่เคอร์เซอร์อยู่ แล้วกด Enter ให้

  4. 4

    ใช้กับโปรแกรมที่รับการพิมพ์

    ค่าลงโปรแกรมใดก็ได้ที่รับการพิมพ์จากคีย์บอร์ด เช่น ตารางในโปรแกรมสเปรดชีตหรือแบบฟอร์มบันทึกผลวัด

เฟิร์มแวร์รุ่น v3 มีอีก 2 โหมดที่ส่งค่าผ่านพอร์ตอนุกรม คือส่งเมื่อคอมพิวเตอร์ร้องขอ และส่งทันทีที่อ่านค่าได้ ทั้ง 2 โหมดรองรับเกจสูงสุด 4 ช่อง แต่ต้องมีโปรแกรมฝั่งคอมพิวเตอร์คอยรับค่า

ตัวอ่านค่าแบบ Wi-Fi บนบอร์ด NodeMCU ทำงานอย่างไร

  1. ต่อเกจวัดและฟุตสวิตช์เข้ากับตัวอ่านค่าบนบอร์ด NodeMCU
  2. ตั้งชื่อและรหัส Wi-Fi และที่อยู่ของคอมพิวเตอร์ปลายทาง ผ่านหน้าเว็บตั้งค่าของตัวอ่าน
  3. เปิดโปรแกรม Gauge Reader (เขียนด้วย Python) บนคอมพิวเตอร์
  4. เมื่อเหยียบฟุตสวิตช์ ค่าถูกส่งผ่าน Wi-Fi ไปที่โปรแกรม Gauge Reader ซึ่งพิมพ์ค่าลงโปรแกรมที่เปิดอยู่แล้วกด Enter ให้

USB HID คืออะไร

HID (Human Interface Device) คือมาตรฐานของอุปกรณ์อย่างคีย์บอร์ดและเมาส์ คอมพิวเตอร์รู้จักอุปกรณ์แบบนี้ได้ทันที อุปกรณ์ที่ทำตัวเป็นคีย์บอร์ดจึงส่งตัวเลขเข้าโปรแกรมใดก็ได้ที่รับการพิมพ์

สิ่งที่เราสร้างและทดสอบ

เราสร้างตัวอ่านค่า 2 แนวทาง พร้อมโปรแกรมฝั่งคอมพิวเตอร์ เฟิร์มแวร์ และคู่มือ รายการมีดังนี้

  • คู่มือตัวอ่านค่าแบบ Wi-Fi ที่ระบุขั้นตอนตั้งค่าผ่านหน้าเว็บของตัวอ่าน
  • โปรแกรม Gauge Reader (Python) ที่รับค่าจากตัวอ่านแล้วพิมพ์ลงโปรแกรมที่เปิดอยู่
  • เฟิร์มแวร์บอร์ด USB รุ่น v3 บนชิป ATmega32U4 ที่มี 3 โหมด
  • โค้ดรุ่นโหมดคีย์บอร์ดที่แยกไว้อีกชุด และแบบวงจรบอร์ด USB

ต้นแบบนี้เกี่ยวข้องกับ InGauge อย่างไร

ต้นแบบนี้อยู่ในช่วงเดียวกับเอกสารผลิตภัณฑ์ InGauge USB 2.0 ปี 2560 แต่ยังต้องยืนยันว่าเฟิร์มแวร์รุ่น v3 เป็นเฟิร์มแวร์ชุดเดียวกับ InGauge USB 2.0 หรือไม่ ผลิตภัณฑ์ที่บริษัทจำหน่ายและให้เช่าในปัจจุบันคือ InGauge USB V2.1 จากโครงการ ITAP ลำดับงานที่มีเอกสารมีดังนี้

  1. ปี 2558–2561: งานวิจัยและพัฒนาภายใน ทดลองตัวอ่านค่าแบบ Wi-Fi และบอร์ด USB ที่ใช้เฟิร์มแวร์รุ่น v3
  2. ปี 2560: เอกสารผลิตภัณฑ์ InGauge USB 2.0
  3. ปี 2563–2564: โครงการ ITAP ออกแบบวงจรใหม่จนได้ InGauge USB V2.1 ที่ผ่านการทดสอบ CE/FCC

InGauge USB V2.1 มีโหมดพอร์ตอนุกรม (Mode 1) และโหมดคีย์บอร์ด USB HID (Mode 2) ซึ่งเป็นวิธีส่งค่าแบบเดียวกับที่เฟิร์มแวร์รุ่น v3 ของต้นแบบมี

ผลที่ยืนยันได้จากเอกสารต้นแบบ

สิ่งที่ยืนยันได้คือโค้ดและคู่มือของต้นแบบ เฟิร์มแวร์รุ่น v3 บนชิป ATmega32U4 มี 3 โหมด และรองรับเกจสูงสุด 4 ช่องในโหมดพอร์ตอนุกรม คู่มือของตัวอ่านแบบ Wi-Fi ระบุขั้นตอนตั้งค่าและการส่งค่าด้วยฟุตสวิตช์

เอกสารของต้นแบบบันทึกโค้ดและขั้นตอนใช้งาน แต่ไม่ได้บันทึกตัวเลขความเร็วหรือความถูกต้องของการส่งค่า หน้านี้จึงไม่รายงานตัวเลขเหล่านั้น

ใช้งานในสายการผลิต ใช้ InGauge

งานส่งค่าจากเครื่องมือวัดเข้าคอมพิวเตอร์ในสายการผลิต ใช้ InGauge USB V2.1 ซึ่งออกแบบวงจรใหม่และผ่านการทดสอบ CE/FCC ดูรายละเอียดที่หน้าผลิตภัณฑ์ InGauge

สิ่งที่เราเรียนรู้

ต้นแบบนี้ให้หลักการ 3 ข้อสำหรับงานส่งค่าจากเครื่องมือวัดเข้าคอมพิวเตอร์

  • ส่งค่าผ่านช่องทางที่คอมพิวเตอร์รู้จักอยู่แล้ว แบบ Wi-Fi ต้องเปิดโปรแกรม Gauge Reader ไว้ตลอด ส่วนโหมดคีย์บอร์ด (USB HID) ไม่ต้องติดตั้งอะไรเพิ่ม ยิ่งฝั่งคอมพิวเตอร์ต้องเตรียมน้อย ยิ่งต่อเข้ากับโปรแกรมเดิมได้ง่าย
  • ให้ผู้วัดเป็นคนสั่งส่งค่าเมื่อค่าที่พิมพ์ลงโปรแกรมต้องตรงกับชิ้นงานที่วัด ตัวอ่านแบบ Wi-Fi และโหมดคีย์บอร์ดส่งค่าเมื่อเหยียบฟุตสวิตช์หรือกดปุ่ม ค่าที่เข้าโปรแกรมจึงเป็นค่าที่ผู้วัดเลือกส่ง
  • โค้ดที่ส่งค่าได้ยังต้องผ่านงานออกแบบวงจรและการทดสอบมาตรฐานอีกขั้นก่อนจำหน่าย รุ่น InGauge USB V2.1 ที่จำหน่ายในปัจจุบันผ่านการออกแบบวงจรใหม่และการทดสอบ CE/FCC ในโครงการ ITAP

นำแนวทางนี้ไปใช้กับงานตรวจวัดของคุณได้อย่างไร

ถ้าเกจวัดของคุณมีพอร์ต Digimatic และคุณบันทึกผลวัดลงโปรแกรมบนคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว คุณใช้แนวทางเดียวกับต้นแบบนี้ได้ คือรับค่าจากพอร์ตของเกจแล้วพิมพ์เข้าโปรแกรมแบบคีย์บอร์ด สำหรับการใช้งานจริง ให้ใช้ InGauge แทนต้นแบบ ส่วนที่ต้องปรับขึ้นกับโปรแกรมรับค่าและจำนวนเกจ

ส่วนที่ใช้ซ้ำได้ และส่วนที่ต้องปรับ

ส่วนของงานใช้ซ้ำได้ต้องปรับเมื่อ
การรับค่าจากเกจการอ่านค่าจากพอร์ต Digimaticเกจของคุณไม่มีพอร์ต Digimatic หรือยังไม่มีสายต่อที่ตรงรุ่น ต้องตรวจเกจก่อน
การส่งค่าเข้าโปรแกรมโหมดคีย์บอร์ด (USB HID) ที่พิมพ์ค่าพร้อม Enterโปรแกรมของคุณรับค่าผ่านพอร์ตอนุกรม ต้องมีโปรแกรมฝั่งคอมพิวเตอร์คอยรับค่า
การสั่งส่งค่าปุ่มกดหรือฟุตสวิตช์ท่าทางการทำงานต่างไป ต้องเลือกจุดวางสวิตช์ให้มือยังจับชิ้นงานและเกจได้
จำนวนเกจเกจทีละตัวในโหมดคีย์บอร์ดต้องอ่านหลายเกจพร้อมกัน ต้องใช้โหมดพอร์ตอนุกรมและโปรแกรมที่รองรับ
  • ตรวจว่าเกจวัดที่ใช้อยู่มีพอร์ต Digimatic และมีสายต่อที่ตรงรุ่น
  • ตรวจว่าโปรแกรมบันทึกผลของคุณรับค่าจากการพิมพ์ได้ หรือต้องรับผ่านพอร์ตอนุกรม
  • ตกลงว่าผู้วัดจะสั่งส่งค่าด้วยปุ่มหรือฟุตสวิตช์ และวางตำแหน่งให้เหมาะกับสถานีงาน

เทคโนโลยีที่ใช้

เกจวัดดิจิทัล Mitutoyo (พอร์ต Digimatic)NodeMCU (Wi-Fi)ฟุตสวิตช์ (Foot Switch)โปรแกรม Gauge Reader (Python)ATmega32U4ArduinoUSB HID (ส่งค่าเหมือนพิมพ์จากคีย์บอร์ด)

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าต้องการอุปกรณ์แบบนี้ไปใช้งาน ควรเลือกรุ่นไหน

เลือก InGauge USB V2.1 ซึ่งเป็นรุ่นที่จำหน่ายและให้เช่าอยู่ มีโหมดพอร์ตอนุกรม (Mode 1) และโหมดคีย์บอร์ด USB HID (Mode 2) แบบเดียวกับที่เฟิร์มแวร์รุ่น v3 ของต้นแบบมี และผ่านการทดสอบ CE/FCC

ต้นแบบนี้เกี่ยวข้องกับ InGauge อย่างไร

ต้นแบบนี้อยู่ในช่วงเดียวกับเอกสารผลิตภัณฑ์ InGauge USB 2.0 ปี 2560 แต่ยังต้องยืนยันว่าเฟิร์มแวร์เป็นชุดเดียวกันหรือไม่ จากนั้นโครงการ ITAP ปี 2563–2564 ออกแบบวงจรใหม่จนได้ InGauge USB V2.1 ที่ผ่านการทดสอบ CE/FCC

ต้องติดตั้งโปรแกรมบนคอมพิวเตอร์หรือไม่

ขึ้นกับแนวทาง โหมดคีย์บอร์ด (USB HID) ของบอร์ด USB ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่ม เพราะคอมพิวเตอร์มองเห็นบอร์ดเป็นคีย์บอร์ด ส่วนแบบ Wi-Fi ต้องเปิดโปรแกรม Gauge Reader และโหมดพอร์ตอนุกรมต้องมีโปรแกรมฝั่งคอมพิวเตอร์คอยรับค่า

ต่อเกจได้กี่ตัวพร้อมกัน

เฟิร์มแวร์รุ่น v3 รองรับเกจสูงสุด 4 ช่องในโหมดพอร์ตอนุกรม ส่วนโหมดคีย์บอร์ดรับค่าจากเกจทีละตัว

อยากได้ระบบแบบนี้ในงานของคุณ?